สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดตัว “Dream Team” ภายใต้การนำ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งเประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ วาระปี 2569-2571 อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศวิสัยทัศน์เดินหน้าบทบาท “Marketing Accelerator” หรือกลไกเร่งศักยภาพการตลาด เพื่อยกระดับวงการการตลาดไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล รับมือคลื่นความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
สมาคมวิชาชีพหลักของชาติ พร้อมก้าวสู่เวทีโลก สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยดำรงบทบาทเป็นศูนย์กลางวิชาชีพการตลาดของประเทศมาอย่างยาวนาน และในวาระนี้ประกาศชัดเจนว่าจะยกระดับบทบาทดังกล่าวสู่เวทีนานาชาติอย่างจริงจัง ด้วยการสร้างความร่วมมือกับสมาคมการตลาดชั้นนำของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เชื่อมโยงกับกูรูการตลาดระดับสากล และบูรณาการองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมถึงนวัตกรรมทางการตลาดจากทั่วทุกมุมโลกมาสู่นักการตลาดไทย เพื่อให้การตลาดไทยไม่เพียงทันสมัย แต่สามารถแข่งขันและร่วมกำหนดทิศทางการตลาดในระดับโลกได้
คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ วาระปี 2569-2571 ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายภาคธุรกิจ ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภค ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ เอเจนซี่การตลาด เทคโนโลยีสื่อสาร การศึกษา ที่ปรึกษา แพลตฟอร์มดิจิทัล ธุรกิจบริการ และตัวแทนภาครัฐ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นพื้นที่กลางที่รวบรวมมุมมองจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างพลังร่วมให้กับวงการการตลาดไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ผศ. ดร. เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การตลาดในวันนี้มีบทบาทกว้างกว่าการสร้างยอดขาย แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการเข้าใจผู้บริโภค การใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าให้ธุรกิจและเชื่อมโยงการเติบโตขององค์กรเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยคือบ้านของนักการตลาดที่รักการตลาด และอยากเห็นประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังของการตลาด สิ่งที่ผมเห็นจากคณะกรรมการชุดนี้ คือพลัง ความตั้งใจ และมุมมองที่กว้างไกลกว่าธุรกิจของตนเอง ทุกท่านเชื่อร่วมกันว่าการตลาดสามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับสังคม และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศได้”

5 เสาหลักแห่งการตลาดไทยยุคใหม่
สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ประกาศยุทธศาสตร์สำหรับวาระ 2569-2571 ภายใต้ 5 เสาหลัก ดังนี้
1.การตลาดไทยแกร่ง ล้ำสมัย ทัดเทียมนานาชาติ สมาคมฯ จะเร่งสร้างความร่วมมืออย่างเป็นระบบกับสมาคมการตลาดชั้นนำของนานาประเทศ รวมถึงองค์กรวิชาชีพและกูรูการตลาดระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กรณีศึกษา และแนวโน้มใหม่ที่เกิดขึ้นในตลาดโลก พร้อมนำมาปรับใช้ในบริบทธุรกิจไทยได้จริง มุ่งสู่การเป็นเครือข่ายการตลาดที่เชื่อมต่อประเทศไทยกับเวทีวิชาชีพระดับสากลอย่างแข็งแกร่ง
2.การตลาดบูรณาการเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างชาญฉลาด สมาคมฯ จะเป็นแหล่งรวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ และทักษะให้การตลาดไทยสามารถบูรณาการ Data, AI และ Marketing Technology เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเข้าใจผู้บริโภค ตอบสนองความต้องการได้ถูกต้องและตรงจุด ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และสร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้อย่างยั่งยืน
3.การตลาดที่เต็มไปด้วยจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม ความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของผู้บริโภคเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของแบรนด์ สมาคมฯ จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพการตลาด การตลาดที่โปร่งใส รับผิดชอบต่อสังคม และคำนึงถึงผลกระทบในวงกว้าง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน และยังต้องสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่เติบโตได้ก้าวกระโดด
4.พัฒนาวิชาชีพการตลาดต่อเนื่อง ดูแลคุณภาพชีวิตนักการตลาด สมาคมฯ มุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง การรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ไปจนถึงการสนับสนุนให้นักการตลาดมีสวัสดิการ มีความมั่นคงในอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
5.บ่มเพาะนักการตลาดรุ่นใหม่ เสริมพลังคณาจารย์และสถาบันการศึกษา สมาคมฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคณาจารย์ด้านการตลาดในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ด้วยเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาควิชาการ เพื่อให้นักการตลาดรุ่นใหม่เติบโตมาพร้อมทักษะที่ตลาดต้องการจริง มีความสามารถในการแข่งขัน และมีคุณค่าทั้งต่อองค์กรและสังคม
สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยย้ำว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก การตลาดที่ทันสมัย มีจริยธรรม ใช้ข้อมูลอย่างชาญฉลาด และอาศัยคนที่มีคุณภาพ จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าใจผู้คน สร้างโอกาสใหม่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนและนำหน้าในเวทีโลก
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย วาระปี 2569-2571 เป็นนักการตลาดชั้นนำที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และปริญญาโทด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School และประธานกรรมการบริหารบริษัทไปรษณีย์ไทย มีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและแบรนด์ให้แก่องค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนมากกว่า 20 แห่ง เช่น สภากาชาดไทย ศิริราช ททท. SCG และ AirAsia

