<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Energy Symphonics</title>
	<atom:link href="https://www.businessownertv.com/tag/energy-symphonics/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Mar 2026 13:38:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2022/10/cropped-Business-Owner-TV-32x32.jpg</url>
	<title>Energy Symphonics</title>
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านปูเดินหน้าสู่ NewCo ขับเคลื่อนพลังงานในยุค AI ด้วยกลยุทธ์ Energy Symphonics</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/41322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 13:32:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ-การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Symphonics]]></category>
		<category><![CDATA[NewCo]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=41322</guid>

					<description><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย</strong> แถลงผลการดำเนินงานปี 2568 และ ทิศทางการเติบโตปี 2569-2573 ในคอนเซปต์ <strong>“Powering the Intelligence Era”</strong> โดยปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และจำหน่ายถ่านหินจากเหมืองในมองโกเลียได้เป็นปีแรก พร้อมขยายพอร์ตสู่แร่แห่งอนาคตผ่านการลงทุนในธุรกิจนิกเกิลในอินโดนีเซีย เสริมแกร่งห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจก๊าซธรรมชาติจากการขยายแหล่งก๊าซบาร์เน็ตต์ และการรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ร้อยละ 75 ไว้ภายใต้ BKV นอกจากนั้น ยังเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจ BESS ในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ทั้งนี้ แผนปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจโดยการควบบริษัทระหว่างบ้านปูกับบ้านปู เพาเวอร์ เป็นบริษัทมหาชนจำกัดใหม่ภายใต้ชื่อ BANPU (NewCo) และจะนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2569</p>
<p><strong>นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า </strong>“ปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการเดินหน้ากลยุทธ์ Energy Symphonics ของบ้านปูที่ต่อเนื่อง และการก้าวสู่ BANPU (NewCo) นับเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อยกระดับศักยภาพของบ้านปูให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานจากการผสานพลังระหว่าง 4 กลุ่มธุรกิจหลัก สนับสนุนการจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของแต่ละกลุ่มธุรกิจ และปลดล็อกคุณค่าของสินทรัพย์เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น ในขณะที่ AI และ Data Center กำลังขยายตัวต่อเนื่อง โดยต้องพึ่งพาปัจจัยพื้นฐานอย่างพลังงานเพิ่มขึ้นมหาศาล บ้านปูก็พร้อมตอบรับโอกาสนั้นด้วยพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่ครบวงจรและสะอาดยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการสร้าง EBITDA ให้เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และสร้างรายได้ EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินมากกว่า 50% ภายในปี 2573&#8243;</p>
<p>ภายหลังการอนุมัติธุรกรรมควบบริษัทจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา BANPU และ BPP จะดำเนินการควบบริษัทภายใต้ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด และคาดว่าจะมีการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบบริษัท การจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้น และการจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของทั้งสองบริษัท (Joint Shareholders’ Meeting) ภายในไตรมาส 2/2569 และจะนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาส 3/2569 ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น  4 กลุ่มธุรกิจหลัก ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบ้านปู ได้แก่ <strong>เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining)</strong> มุ่งมั่นสร้างคุณค่าจากทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ เน้นเพิ่มประสิทธิภาพในธุรกิจด้วยเทคโนโลยี AI <strong>ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas)</strong> เติบโตด้วยสูตรสำเร็จ (Winning Formula) ที่ผสานธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจไฟฟ้า และธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) เพื่อส่งมอบพลังงานที่มีคาร์บอนต่ำ <strong>ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+)</strong> เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจรที่ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นจาก AI และ Data Center และ<strong>เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech)</strong> เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ด้วยการเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและเมกะเทรนด์ใหม่ ๆ ควบคู่กับการนำเสนอโซลูชันพลังงานสำหรับลูกค้ารายย่อย</p>
<p>โดยในปี 2568 ทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจของบ้านปูมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้</p>
<p><strong>เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining)</strong> บริษัทฯ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เหมืองถ่านหินในมองโกเลียอย่างเป็นทางการในปีแรก และรายงานปริมาณการขาย 1.62 ล้านตัน ส่วนเหมืองในอินโดนีเซียจัดตั้ง Transformation Office เพื่อดำเนินโครงการลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ในปีที่ผ่านมา สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ 75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่เหมืองในออสเตรเลียสามารถลดต้นทุนเงินสดได้ 75 ล้านเหรียญออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังได้เริ่มลงทุนในธุรกิจนิกเกิลในอินโดนีเซีย เพื่อเข้าถึงแหล่งนิกเกิลคุณภาพสูงระดับต้นน้ำ เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่อุตสาหกรรมแร่แห่งอนาคต</p>
<p><strong>ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas) </strong>ใน<em>ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ </em>ได้ลงทุนในแหล่ง Bedrock และรับรู้ผลประกอบการหลังทำธุรกรรมสำเร็จในเดือนกันยายน 2568 ทำให้มีปริมาณการขายก๊าซรวม 305 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปีก่อน และดำเนินแผนปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจโดยรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ร้อยละ 75 ไว้ภายใต้ BKV ด้าน<em>ธุรกิจ CCUS</em> มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ (JV) ร่วมกับกองทุน CI Energy Transition Fund I ภายใต้การบริหารของ Copenhagen Infrastructure Partners (CIP) ประเทศเดนมาร์ก เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจนี้ สำหรับโครงการ Barnett Zero รายงานปริมาณการอัดเก็บคาร์บอนจำนวน 138,280 ตันในปี 2568 และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Cotton Cove ที่มีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน 32,000 ตันต่อปี ในครึ่งปีแรกของปี 2569</p>
<p><strong>ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+)</strong> <em>ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน</em> เริ่มพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Jinhu Qianfeng ในจีน คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะที่<em>ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS)</em> ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Iwate Tono ขนาด 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง ในญี่ปุ่น รวมถึงลงทุนและเริ่มพัฒนาโครงการ BESS ทั้งในออสเตรเลีย (โครงการ Wooreen และ Kerang) และสหรัฐฯ (โครงการ Megamouth) ทำให้ในปัจจุบันธุรกิจ BESS มีกำลังการผลิตรวม 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง สำหรับ<em>ธุรกิจการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading)</em> ในญี่ปุ่น มียอดจำหน่ายไฟฟ้ารวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ <em>ธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้าในสหรัฐฯ</em> ภายใต้บริษัท BKV Energy ยังได้รับรางวัล “Best Electricity Provider” จากเวที Best of the Best 2025 ของ Houston Chronicle จากการโหวตของผู้บริโภคในรัฐเท็กซัส สะท้อนถึงคุณภาพและการส่งมอบไฟฟ้าที่ต่อเนื่องในราคาที่เหมาะสม</p>
<p><strong>เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech)</strong> มุ่งสร้างระบบนิเวศ Net Zero ครบวงจรผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในทุกหน่วยธุรกิจ <em>ธุรกิจโซลาร์บนหลังคาและโซลาร์ลอยน้ำ</em> บ้านปู เน็กซ์ ร่วมมือกับอมตะ วีเอ็น และโซลาร์บีเค (SolarBK) พัฒนาโครงการโซลาร์บนหลังคา กำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศเวียดนาม 2 แห่ง ขณะที่<em>ธุรกิจแบตเตอรี่</em>มีกำลังการผลิตในปัจจุบันรวม 3.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง และ<em>ธุรกิจยานยานต์ไฟฟ้า</em>บริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้ารวม 876 คัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังลงทุนผ่านหน่วยงาน Corporate Venture Capital จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.9 ใน Mixx Technologies, Inc. ผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI และอีก 2 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.3 ใน ARC Clean Technology ผู้พัฒนา Advanced Small Modular Reactor (aSMR) เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานไฟฟ้าปลอดคาร์บอนสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น Data Center และผู้ผลิตไฮโดรเจน</p>
<p>สำหรับ<strong>ผลประกอบการในปี 2568</strong> บริษัทฯ รายงานรายได้จากการขายรวม 5,278 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 173,423 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 1,191 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 39,108 ล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 752 ล้านบาท) แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิภาษีที่เกี่ยวข้องจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐในระหว่างปี จำนวน 45.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 1,509 ล้านบาท) ผลกระทบจากรายการอนุพันธ์ทางการเงิน รายการปรับปรุงและรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ จึงรายงานผลขาดทุนสุทธิจำนวน 61.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 2,025 ล้านบาท)</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.banpu.com และ https://www.facebook.com/Banpuofficialth</p>
<p>*คำนวณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยปี 2568 ที่ USD 1: THB 32.8828</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
