<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงพยาบาลคามิลเลียน</title>
	<atom:link href="https://www.businessownertv.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Sep 2025 08:37:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2022/10/cropped-Business-Owner-TV-32x32.jpg</url>
	<title>โรงพยาบาลคามิลเลียน</title>
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สะบัดคอพาเสี่ยง! หมอเตือนไม่ใช่แค่สโตรก แต่ไขสันหลัง–กระดูกคอก็พังได้</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/34108/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 08:26:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสุขภาพ-ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลคามิลเลียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=34108</guid>

					<description><![CDATA[กรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ช่วงที่ผ่า [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ช่วงที่ผ่านมา เมื่ออินฟลูเอนเซอร์สาววัยเพียง 32 ปี ล้มป่วยด้วยภาวะสโตรก (Stroke) หลังสะบัดคอขณะถ่ายคอนเทนต์ จนเกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง ล่าสุด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังออกมาเตือนชัด “การสะบัดคอแรง ๆ” ไม่ได้เสี่ยงเพียงโรคหลอดเลือดสมอง แต่ยังอาจสร้างอันตรายต่อกระดูกสันหลังและไขสันหลัง จนถึงขั้นอัมพาตได้ด้วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-34112" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934426_0-400x600.jpg" alt="" width="400" height="600" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934426_0-400x600.jpg 400w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934426_0-833x1250.jpg 833w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934426_0-107x160.jpg 107w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934426_0-1024x1536.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934426_0-1365x2048.jpg 1365w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934426_0.jpg 1672w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /><br />
<strong> นายแพทย์เมธี ภัคเวช</strong> แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์กระดูกสันหลัง ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง KLD<strong> โรงพยาบาลคามิลเลียน</strong> ผู้มีประสบการณ์ผ่าตัดผู้ป่วยด้วยเทคนิคส่องกล้องกว่า 5,000 เคส และรักษาผู้ป่วยปวดเรื้อรังกว่า 20,000 เคส เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากข่าวของอินฟลูเอนเซอร์สาว สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะการสะบัดคอแรง ๆ มีความเสี่ยงโดยตรง ต่อหลอดเลือดใหญ่ที่วิ่งขึ้นสมอง เพราะหากผนังหลอดเลือดเปราะหรือมีคราบหินปูนและไขมันเกาะอยู่ การสะบัดแรง ๆ สามารถทำให้ผนังฉีกหรือคราบหินปูนและไขมันหลุดลอยไปอุดสมองทันที ส่งผลให้เกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบได้</p>
<p><strong>ไม่ใช่แค่เส้นเลือดสมอง! สะบัดคอแรง ๆ อาจพิการได้</strong></p>
<p>โดยนายแพทย์เมธีกล่าวต่อว่า สิ่งที่น่ากลัวไม่น้อยกว่าสโตรกและหลายคนอาจยังไม่ทราบมาก่อน บริเวณคอของเราไม่ได้มีเพียงหลอดเลือด แต่ยังเป็นที่อยู่ของ กระดูกสันหลังส่วนคอและไขสันหลัง ซึ่งหากถูกแรงสะบัดรุนแรง ก็อาจบาดเจ็บได้ทันที โดยเฉพาะผู้ที่มีหมอนรองกระดูกคอเสื่อม กระดูกงอก หรือโพรงกระดูกตีบอยู่แล้ว การสะบัดคอเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ไขสันหลังถูกกดทับเพิ่มจนเกิดอาการชา แขนขาอ่อนแรง และหากแรงสะบัดรุนแรงพอ อาจทำให้เกิด Spinal cord injury (บาดเจ็บไขสันหลังเฉียบพลัน) ถึงขั้นอัมพาตถาวร<br />
“มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เพียงสะบัดคอ หรือคอกระชากจากการเบรกรถแรง ๆ ก็เกิดอาการเดินไม่ได้เพราะไขสันหลังบาดเจ็บเฉียบพลัน”นายแพทย์เมธีกล่าวย้ำ</p>
<p><strong>ส่องพฤติกรรมเสี่ยงอื่นที่ทำร้ายหมอนรองกระดูก</strong></p>
<p>นอกจากนี้นายแพทย์เมธีกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่น่าห่วงไม่ใช่เพียงแค่การสะบัดคอ พฤติกรรมเสี่ยงอื่นก็ต้องระวัง สิ่งที่หลายคนทำเป็นประจำก็ก่อความเสี่ยงได้เช่นกัน เช่น</p>
<ul>
<li>การนวดแรง ๆ หรือดัดคอผิดวิธี เสี่ยงเส้นเลือดฉีกหรือหมอนรองกระดูกเคลื่อน<br />
• การบิดคอ–หลังจนมีเสียงดัง อาจเร่งการเสื่อมของข้อต่อและหมอนรองกระดูก<br />
• การก้มเล่นโทรศัพท์นาน ๆ ทำให้หมอนรองกระดูกคอรับแรงกดมากผิดปกติ<br />
• การยกของหนักผิดท่า โดยเฉพาะการก้มยกของโดยไม่งอเข่า เสี่ยงหมอนรองกระดูกเคลื่อน<br />
• การนั่งนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนท่า ทำให้กล้ามเนื้อตึงและกระดูกสันหลังเสื่อมเร็วขึ้น</li>
</ul>
<p><strong>หมอแนะนำ วิธีดูแลคอและหลังลดเสี่ยงบาดเจ็บ</strong></p>
<p>นายแพทย์เมธี แนะนำเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นทุกคนสามารถปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันทั้งโรคหลอดเลือดสมองและปัญหากระดูกสันหลัง ได้ง่าย ๆ เพียงปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้<br />
1. หลีกเลี่ยงการสะบัดหรือหักคอแรง ๆ<br />
2. ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อคอและหลัง เช่น ท่ายืดเหยียดเบา ๆ หรือท่าบริหารแกนกลางลำตัว<br />
3. จัดท่านั่ง–ท่ายืนให้ถูกต้อง โดยเฉพาะเวลาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้สมาร์ตโฟน<br />
4. เปลี่ยนอิริยาบถทุก 30–60 นาที ลดแรงกดที่คอและหลัง<br />
5. เลือกหมอนและที่นอนที่เหมาะสม เพื่อพยุงแนวกระดูกสันหลัง<br />
6. ควบคุมปัจจัยเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น ความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือด<br />
7. พบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ เช่น ชา แขนขาอ่อนแรง เวียนศีรษะ หรือปวดเรื้อรัง</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-34111" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934430_0-800x450.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934430_0-800x450.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934430_0-1250x703.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934430_0-160x90.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934430_0-1024x576.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934430_0-1536x864.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/09/S__184934430_0-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>“กรณีอินฟลูเอนเซอร์สาวปีที่ป่วยสโตรกหลังสะบัดคอ เป็นเครื่องเตือนใจสังคมว่า อาการเล็กน้อยเพียงการเคลื่อนไหวคอแรง ๆ อาจนำไปสู่โรคใหญ่ที่ไม่คาดคิด ทั้งโรคหลอดเลือดสมองและปัญหากระดูกสันหลัง ซึ่งอาจจบลงด้วยอัมพาตได้ สิ่งสำคัญคือการรู้เท่าทันพฤติกรรมเสี่ยงรอบตัว ทั้งการนวดแรง ๆ การบิดคอจนมีเสียงดัง การก้มเล่นมือถือเป็นเวลานาน หรือแม้กระทั่งการยกของผิดท่า ล้วนเป็นปัจจัยที่สะสมจนทำร้ายกระดูกสันหลังและเส้นประสาทโดยไม่รู้ตัว ท้ายที่สุด การป้องกันยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพียงดูแลพฤติกรรมชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยให้เราห่างไกลจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้” นายแพทย์เมธีกล่าว<br />
โดยหากท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือต้องการ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์กระดูกสันหลัง ติดต่อ นายแพทย์เมธี ภัคเวช ได้ที่ ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง KLD โรงพยาบาลคามิลเลียน เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม หรือติดตามสาระความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลังได้ที่ เว็บไซต์ https://www.kldclinic.com และ Facebook Fanpage “ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง KLD – ข้อหลังดี” นายแพทย์เมธีพร้อมให้คำปรึกษา</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุขภาพคนทำงานกำลังเผชิญความเสี่ยงเงียบ! เมื่อ “ออฟฟิศซินโดรม” ไม่ใช่แค่เมื่อย แต่อาจนำไปสู่ “โรคกระดูกสันหลัง” ที่ต้องลงเอยด้วยการผ่าตัด</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/31922/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Aug 2025 03:30:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลคามิลเลียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=31922</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่วิถีชีวิตคนเมืองผูกพันกับการนั่งเป็นส่วนใหญ่ ตั [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่วิถีชีวิตคนเมืองผูกพันกับการนั่งเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่การเดินทาง การทำงาน ไปจนถึงการพักผ่อน ทำให้ <strong>“ออฟฟิศซินโดรม”</strong> กลายเป็นอาการยอดฮิตที่หลายคนคุ้นเคย และมักมองข้ามด้วยความคิดว่า “แค่เมื่อย เดี๋ยวก็หาย” <strong>ในประเด็นนี้ นายแพทย์เมธี ภัคเวช แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์กระดูกสันหลัง ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง </strong><strong>KLD โรงพยาบาลคามิลเลียน</strong> ผู้มีประสบการณ์ผ่าตัดผู้ป่วยด้วย <strong>เทคนิคส่องกล้อง</strong> มาแล้วกว่า 5,000 เคส และรักษาคนไข้ที่มีอาการปวดเรื้อรังมามากกว่า 20,000 เคส ได้เปิดเผยว่า เรื่องนี้กลับเป็น <strong>“สัญญาณเตือนภัยสำคัญ”</strong> ที่อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่าง <strong>“หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”</strong> ซึ่งหากปล่อยปละละเลย อาจถึงขั้นต้องเข้ารับ <strong>การผ่าตัดกระดูกสันหลัง</strong></p>
<p><strong>วงจรชีวิตติดเก้าอี้ </strong><strong>“ต้นตอของอาการยอดฮิต”</strong></p>
<p><strong>นายแพทย์เมธี ภัคเวช</strong> ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งเสริมให้เกิดภาวะ <strong>ออฟฟิศซินโดรม</strong> ได้อย่างง่ายดาย โดยระบุว่า <strong>“หลายคนตื่นเช้ามา – นั่งรถไปทำงาน – นั่งทำงาน – นั่งประชุม – นั่งกินข้าว – นั่งตอบอีเมล์ – นั่งรถกลับบ้าน แล้วก็นั่งดูซีรีส์ “นั่งทั้งวัน เดินแค่ตอนเข้าห้องน้ำ” นี่ไม่ใช่คำเปรียบเปรย แต่มันคือชีวิตจริงของคนทำงานในเมือง </strong></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น <strong>“ท่านั่ง” ที่ผิดสุขลักษณะ</strong> เช่น ไหล่ห่อ, หลังค่อม, คอยื่น, จ้องมือถือจนคอแอ่น, การใช้เมาส์หรือพิมพ์คีย์บอร์ดในท่าเดิมนานๆ โดยไม่มีการพัก ถือเป็น <strong>“พฤติกรรมทำร้ายตัวเอง”</strong> ที่สะสมอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว จนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน</p>
<p>เช่น อาการ <strong>ปวดเมื่อย</strong> เป็นก้อนบริเวณ <strong>คอ บ่า ไหล่ หรือหลัง</strong>, อาการ <strong>ชาลามไปถึงปลายมือ</strong> คล้ายเลือดไม่เดิน, อาการ <strong>ปวดตึงบริเวณข้อมือ นิ้วมือ</strong> ขยับยาก, ตาแห้ง ปวดตา มึนหัวจากการจ้องหน้าจอนานเกินไป หรือแม้แต่ความเครียดที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อตึงตัว หากมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง อาจบ่งชี้ได้ว่าคุณกำลังเผชิญกับ <strong>ออฟฟิศซินโดรม</strong> โดยไม่รู้ตัว</p>
<p><strong> <img decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-31924" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/คุณหมอเมธี-400x600.jpg" alt="" width="400" height="600" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/คุณหมอเมธี-400x600.jpg 400w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/คุณหมอเมธี-834x1250.jpg 834w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/คุณหมอเมธี-107x160.jpg 107w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/คุณหมอเมธี-1024x1536.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/คุณหมอเมธี.jpg 1045w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></strong></p>
<p><strong>หมอแนะรีบปรับก่อนสาย! พร้อมบอก</strong><strong> แนวทางป้องกันและดูแลตนเอง</strong></p>
<p>นายแพทย์เมธี เน้นย้ำว่าอาการเหล่านี้สามารถบรรเทาและป้องกันได้ หากรู้จักปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ โดยแนะนำแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>นั่งให้ถูกต้อง </strong><strong>&#8211; </strong>หลังตรง ชิดพนักพิง เท้าราบกับพื้น</li>
<li><strong>ตั้งจอคอมพิวเตอร์ให้พอดีตา</strong><strong> &#8211;</strong>ไม่ต้องก้มหรือเงย</li>
<li><strong>ลุกทุก </strong><strong>1 ชั่วโมง &#8211; </strong>ยืดเส้นยืดสาย เดินบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้ขยับ</li>
<li><strong>พักสายตาทุก </strong><strong>20 นาที &#8211; </strong>มองไกลๆ หรือเปลี่ยนจุดโฟกัส</li>
<li><strong>ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</strong><strong> &#8211; </strong>เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ดีที่สุด</li>
</ol>
<p><strong> </strong><strong>เมื่อ</strong><strong> “ออฟฟิศซินโดรม” ลุกลามสู่ “หมอนรองกระดูกทับเส้น”</strong></p>
<p>หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า <strong>ออฟฟิศซินโดรม</strong> เป็นเพียงอาการเมื่อยล้าที่สามารถบรรเทาได้ด้วยการนวดหรือกายภาพบำบัด แต่แท้จริงแล้ว หากปล่อยให้อาการสะสมโดยไม่มีการจัดการที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น อาการเหล่านี้สามารถพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรงขึ้นได้ โดยเฉพาะ <strong>“โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”</strong></p>
<p>นายแพทย์เมธี อธิบายถึงความเชื่อมโยงว่า <strong>“เมื่อคุณนั่งผิดท่าซ้ำๆ กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง กระดูกสันหลัง ก็ต้องรับภาระมากขึ้น โดยเฉพาะ กระดูกสันหลังส่วนเอว ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักตัวแทบตลอดเวลา เมื่อแรงกดทับไม่สมดุลนานวันเข้า หมอนรองกระดูก ที่อยู่ระหว่างข้อกระดูก ก็จะเริ่มเสื่อม แตก หรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งจนไปกดเบียด เส้นประสาท ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของขา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของอาการ ปวดร้าวลงขา ชา หรือเดินลำบาก จาก “ออฟฟิศซินโดรม” ที่แค่เมื่อยๆ กลายเป็น “โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น” ที่อาจต้องรักษาด้วย การผ่าตัด”</strong></p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-31925" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/kld-officesyndrom-800x450.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/kld-officesyndrom-800x450.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/kld-officesyndrom-1250x703.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/kld-officesyndrom-160x90.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/kld-officesyndrom-1024x576.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/kld-officesyndrom-1536x864.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/kld-officesyndrom-2048x1152.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></strong></p>
<p><strong>รู้ทันสัญญาณเตือน</strong><strong> “โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”</strong></p>
<p>ทั้งนี้นายแพทย์เมธี แนะนำให้สังเกตอาการที่บ่งชี้ว่าอาจเข้าสู่ระยะของ <strong>โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท</strong> แล้ว ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>ปวดหลังลามลงขา</strong>หรือปวดเพียงด้านใดด้านหนึ่ง</li>
<li><strong>ขาชา</strong>เป็นแนวตั้งแต่สะโพกลงไปน่อง หรือปลายเท้า</li>
<li>อาการ<strong>ปวดหลัง</strong> รุนแรงขึ้นเมื่อไอ จาม หรือเบ่งถ่าย</li>
<li><strong>เดินไกลไม่ได้</strong>ขาอ่อนแรง หรือยืนทรงตัวไม่ได้นาน</li>
<li>มีอาการ<strong>ปวดร้าวลงขา</strong> ชัดเจนเมื่อนั่งรถ ต้องเปลี่ยนท่าบ่อยๆ</li>
</ol>
<p>หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ นายแพทย์เมธีแนะนำให้ <strong>รีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง</strong> โดยเร็วที่สุด เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพราะหากปล่อยไว้นาน <strong>เส้นประสาท</strong> อาจถูกกดทับมากขึ้น จนนำไปสู่ <strong>ภาวะขาอ่อนแรงถาวร </strong>ซึ่งแม้จะได้รับการผ่าตัดแล้ว ก็อาจไม่สามารถฟื้นตัวได้ 100%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-31926" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/ห้องผ่าตัด-400x600.jpg" alt="" width="400" height="600" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/ห้องผ่าตัด-400x600.jpg 400w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/ห้องผ่าตัด-834x1250.jpg 834w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/ห้องผ่าตัด-107x160.jpg 107w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/ห้องผ่าตัด-1024x1536.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/ห้องผ่าตัด.jpg 1045w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p><strong>ผ่าตัดส่องกล้อง</strong><strong> ทางออกที่ “เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว”</strong></p>
<p>สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเกินกว่าจะบรรเทาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมหรือกายภาพบำบัด การผ่าตัดถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทันสมัยขึ้นมากในปัจจุบัน โดยนายแพทย์เมธี ภัคเวช ใช้เทคนิค <strong>“Endoscopic Spine Surgery” </strong>หรือ <strong>การผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง</strong> ซึ่งมีข้อดีเด่นชัดคือ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 8 มิลลิเมตร (0.8 เซนติเมตร) ช่วยให้สามารถเข้าถึงและรักษาเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้คนไข้ <strong>เจ็บน้อย</strong> ลง เนื่องจากไม่จำเป็นต้องผ่าเปิดแผลใหญ่, <strong>เสียเลือดน้อย</strong>, <strong>ฟื้นตัวไว</strong> และไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน หลายรายสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น</p>
<p><strong>“หลายคนที่มาปรึกษาผม มักจะพูดประโยคคลาสสิกว่า “หมอครับ ผมกลัวการผ่าตัด” ผมเข้าใจครับ&#8230; แต่ก็อยากให้ทุกคนได้รู้ว่า “การผ่าหลัง” ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดอีกต่อไป ถ้าผ่าตรงจุด ด้วยเทคนิคที่เหมาะสม และอยู่ในมือของผู้ที่มีประสบการณ์จริง”</strong> นายแพทย์เมธีกล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>บทสรุปสำคัญคือ <strong>“ออฟฟิศซินโดรม”</strong> ไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าธรรมดา แต่คือเสียงจากร่างกายที่กำลังร้องเตือนว่า <strong>“พอแล้วนะ!”</strong> การตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ และ <strong>การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ</strong> เมื่อมีสัญญาณเตือน จะช่วยให้หลีกเลี่ยงความรุนแรงของโรค และนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว <strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-31927" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/รูปประกอบข่าว1-800x534.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/รูปประกอบข่าว1-800x534.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/รูปประกอบข่าว1-1250x834.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/รูปประกอบข่าว1-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/รูปประกอบข่าว1-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/รูปประกอบข่าว1-1536x1025.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/08/รูปประกอบข่าว1-2048x1366.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>โดยหากท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือต้องการ</strong><strong> ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์กระดูกสันหลัง ติดต่อ นายแพทย์เมธี ภัคเวช ได้ที่ ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง KLD โรงพยาบาลคามิลเลียน เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม หรือติดตามสาระความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลังได้ที่ Facebook Fanpage “ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง KLD – ข้อหลังดี” และ “หมอเมธีมีคำตอบ” นพ.เมธีพร้อมให้คำปรึกษา</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
