<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หมอนรองกระดูก</title>
	<atom:link href="https://www.businessownertv.com/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Mar 2026 14:54:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2022/10/cropped-Business-Owner-TV-32x32.jpg</url>
	<title>หมอนรองกระดูก</title>
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หมอนรองกระดูกปลิ้น โรคฮิตคนทำงานยุคดิจิทัล แพทย์เตือนอย่าปล่อยปวดหลังเรื้อรัง</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/41675/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 14:54:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสุขภาพ-ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[S-Spine and Joint Hospital]]></category>
		<category><![CDATA[หมอนรองกระดูก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=41675</guid>

					<description><![CDATA[ปวดหลังอย่าชะล่าใจ แพทย์เตือน “หมอนรองกระดูกปลิ้น” ภัยเ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>ปวดหลังอย่าชะล่าใจ แพทย์เตือน “หมอนรองกระดูกปลิ้น” ภัยเงียบคนทำงาน กระทบประสิทธิภาพการทำงาน</em></p>
<p>อาการปวดหลังที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ออฟฟิศซินโดรม อาจเป็นสัญญาณหมอนรองกระดูกเคลื่อน แพทย์ชี้หากปล่อยเรื้อรังอาจกระทบ Productivity ของคนวัยทำงาน ปัจจุบันมีทางเลือกการรักษาหลากหลายตั้งแต่กายภาพบำบัดถึงผ่าตัดแผลเล็ก</p>
<p>อาการปวดหลังเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบมากในกลุ่มคนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หลายคนมักเข้าใจว่าอาการดังกล่าวเป็นเพียง <strong>ออฟฟิศซินโดรม (</strong><strong>Office Syndrome)</strong> จากท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม แต่ในความเป็นจริง อาการปวดหลังเรื้อรังบางส่วนอาจมีสาเหตุมาจาก <strong>ภาวะหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อน (</strong><strong>Herniated Disc)</strong> ซึ่งเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมและไปกดทับเส้นประสาท</p>
<p><strong>นพ.สุทธวีร์ ปังคานนท์ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ จอยท์</strong> โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (<a href="https://www.s-spineandjointhospital.com/">S Spine and Joint Hospital)</a> กล่าวว่า อาการปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain) เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะทุพพลภาพทั่วโลก โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ประชากรโลกกว่า <strong>80% เคยมีอาการปวดหลังอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต</strong> ขณะที่ภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนพบได้ประมาณ <strong>1 &#8211; 3% ของประชากร</strong> และมักเกิดในช่วงอายุ <strong>30–50 ปี</strong> ซึ่งเป็นวัยทำงานที่เป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจ</p>
<p>นอกจากผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว อาการปวดหลังยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ <strong>ประสิทธิภาพการทำงาน (</strong><strong>Productivity) ลดลง</strong> ทั้งจากการทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การลาป่วย หรือการทำงานที่ต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน หมอนรองกระดูกสันหลังทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ แต่เมื่อมีแรงกดทับสะสมจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งทำงานนาน การยกของผิดท่า หรือการก้มใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน อาจทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวและกดทับเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลัง หรือปวดร้าวลงแขนและขา อีกปัจจัยสำคัญคือ หมอนรองกระดูกเป็นเนื้อเยื่อที่ไม่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงโดยตรง การได้รับสารอาหารจึงต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของร่างกาย หากร่างกายเคลื่อนไหวน้อยหรืออยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น</p>
<p>งานวิจัยด้านชีวกลศาสตร์ยังพบว่า <strong>แรงกดต่อหมอนรองกระดูกในท่านั่งอาจสูงกว่าท่ายืนประมาณ </strong><strong>40%</strong> และในท่าก้มตัว เช่น การก้มเล่นโทรศัพท์มือถือ แรงกดต่อกระดูกสันหลังอาจเพิ่มขึ้นหลายเท่า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปัจจุบันพบภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมในคนอายุน้อยมากขึ้น ระดับความรุนแรงของหมอนรองกระดูกเคลื่อน แพทย์สามารถแบ่งภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนออกเป็นหลายระยะ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>หมอนรองกระดูกโป่ง (</strong><strong>Disc Bulge)</strong> ระยะเริ่มต้น หมอนรองกระดูกเริ่มโป่งออก แต่ยังไม่แตก</li>
<li><strong>หมอนรองกระดูกยื่น (</strong><strong>Disc Protrusion)</strong> เนื้อหมอนรองกระดูกดันออกมากดทับเส้นประสาท เริ่มมีอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา</li>
<li><strong>หมอนรองกระดูกแตก (</strong><strong>Disc Extrusion)</strong> ชั้นนอกฉีกขาด ทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงและอาจมีอาการชา</li>
<li><strong>หมอนรองกระดูกหลุด (</strong><strong>Disc Sequestration)</strong> ชิ้นส่วนหมอนรองกระดูกหลุดเข้าไปในช่องไขสันหลัง ส่งผลให้เกิดการกดทับเส้นประสาทอย่างชัดเจน</li>
</ul>
<p><strong>ทางเลือกการรักษายุคใหม่ ช่วยลดเวลาพักฟื้นของคนทำงาน</strong></p>
<p>นพ.สุทธวีร์ ระบุว่า ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถรักษาได้โดย <strong>ไม่ต้องผ่าตัด</strong> เช่น การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด และการปรับพฤติกรรม ซึ่งมีรายงานว่าประมาณ <strong>80–90% ของผู้ป่วยสามารถดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบอนุรักษ์ </strong>อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางรายที่อาการไม่ดีขึ้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษา เช่น <strong>การรักษาด้วยเลเซอร์ลดแรงดันหมอนรองกระดูก (</strong><strong>Laser Disc Decompression)</strong> ซึ่งช่วยลดแรงดันภายในหมอนรองกระดูกและลดการกดทับเส้นประสาท</p>
<p>สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะรุนแรง แพทย์อาจพิจารณา <strong>การผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลังด้วยเทคนิคแผลเล็ก (</strong><strong>Minimally Invasive Surgery: MIS)</strong> ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตหรือทำงานได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-medium wp-image-41677 aligncenter" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/S__34488490_0-800x450.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/S__34488490_0-800x450.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/S__34488490_0-1250x703.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/S__34488490_0-160x90.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/S__34488490_0-1024x576.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/S__34488490_0-1536x864.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/S__34488490_0.jpg 1920w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>ศูนย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง ทางเลือกการรักษาที่ตรงจุด </strong>สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือสงสัยภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อน โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (<a href="https://www.s-spineandjointhospital.com/">S Spine and Joint Hospital)</a> เป็นหนึ่งในศูนย์การแพทย์ที่มุ่งเน้นการรักษาโรคกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย</p>
<p>จุดเด่นของโรงพยาบาลคือแนวทางการรักษาที่เน้น <strong>การวินิจฉัยอย่างแม่นยำและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย</strong> ตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัด การทำกายภาพบำบัดเฉพาะทาง ไปจนถึงเทคนิคการรักษาขั้นสูง เช่น การรักษาด้วยเลเซอร์ และการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก (MIS) ที่ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ลดระยะเวลาพักฟื้น และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้เร็วขึ้น</p>
<p>ด้วยแนวคิดการดูแลแบบ <strong>Specialized Spine Care</strong> ที่รวมทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย และการดูแลแบบครบวงจร ทำให้โรงพยาบาลเอส เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการการรักษาโรคกระดูกสันหลังอย่างตรงจุดและมีมาตรฐาน แพทย์แนะนำว่า หากมีอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือมีอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เช่น การตรวจ X-ray หรือ MRI เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานในระยะยาว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภัยเงียบ ! หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท  รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/23525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jan 2025 09:38:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสุขภาพ-ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[หมอนรองกระดูก]]></category>
		<category><![CDATA[หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=23525</guid>

					<description><![CDATA[แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังเผย หากมีอาการปวดคอ ร่วมก [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังเผย หากมีอาการปวดคอ ร่วมกับอาการปวดร้าวลงแขน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เร่งพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย รักษาช้า ไม่ตรงจุด เสี่ยงพิการถาวร </strong></p>
<p><strong>นพ.ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์</strong> เผยว่า โรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เป็นโรคที่เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกระดับคอมีการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งปกติ และทำให้เกิดการกดเบียดเส้นประสาท หมอนรองกระดูกคอมีโอกาสเสื่อมก่อนวัยได้ จากการใช้งานคอหนักๆ ทั้งการก้ม  เงยแบบสุดๆ หรือการโยกคอแรงๆ หรือการก้มหน้าทำงานในยุคปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นการใช้งานหมอนรองกระดูกคออย่างหนักทั้งสิ้น</p>
<p><img decoding="async" class="size-medium wp-image-23526 aligncenter" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767557-800x533.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767557-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767557-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767557-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767557-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767557-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767557.jpg 2040w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>หากคุณรู้สึกตึงๆ ที่หลังคอ ปวดหัวบริเวณท้ายทอย ปวดที่บริเวณสะบักร้าวลงแขน ชาที่นิ้วมือ หรือปวดเหมือนไฟฟ้าช็อต มืออ่อนแรงติดกระดุมไม่ได้ ทานยามานานเกินกว่า 1 เดือน แล้วไม่หาย นี่คือสัญญาณเสี่ยงของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท หากปล่อยให้เกิดการกดทับไว้นานเท่าไหร่ จะทำให้เกิดอาการชาและอ่อนแรงของแขนและเสียการทรงตัวได้ ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และประเมินหาแนวทางรักษา</p>
<p>ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เกิดจากอุบัติเหตุการกระแทกรุนแรง หรือ  เกิดจากการเดิน ยืน นั่ง ที่ผิดท่า หรือการเล่นกีฬาผิดวิธี การนั่งทำงานหรือก้มหน้าเป็นเวลานาน ซึ่งการก้มเงยศีรษะ หัน หรือ บิดคออย่างรวดเร็วรุนแรง จะทำให้เกิดแรงกดไปยังหมอนรองกระดูกคอมากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกคอต้องรับน้ำหนักมาก และเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย</p>
<p>สำหรับการวินิจฉัย หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยานานกว่า 1 เดือน แพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจคอและระบบประสาทส่วนคอ ร่วมกับการวินิจฉัยเพิ่มเติม โดยการทำ X-RAY ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้แพทย์จะตรวจระบบประสาทส่วนคอด้วยการทำ X-ray ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง</p>
<p><strong>แนวทางการรักษาโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท</strong></p>
<p>ปัจจุบันมีเครื่องมือการรักษาที่ทันสมัยและช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม อาการไม่รุนแรงมาก อันดับแรกหากมีอาการปวดให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ถ้าปรับแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะใช้ยาแก้ปวด ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม อาการอาจจะดีขึ้นตามลำดับภายในไม่กี่สัปดาห์ ผู้ป่วยที่มี ข้อบงชี้ในการรักษาด้วยการผ่าตัด ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง หรือ ปวดต้นคอท้ายทอย มานาน รักษาแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น ปวดร้าวลงแขน ชาหรืออ่อนแรง ที่มือและแขน ที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาท หรือ ไขสันหลังส่วนคอ</p>
<p><img decoding="async" class="size-medium wp-image-23530 aligncenter" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767560-800x450.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767560-800x450.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767560-1250x703.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767560-160x90.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767560-1024x576.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767560-1536x864.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/01/S__175767560-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>การผ่าตัดมีหลายวิธี แต่วิธีใหม่แบบ Minimally lnvasive Spine Surgery หรือ MIS Spine คือ แพทย์จะทำการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอทางด้านหลัง ด้วยเทคนิค PSCD (Percutaneous Stenoscopic Cervical Decompression) เพื่อขยายช่องกระดูกสันหลังส่วนคอและทำการนำกล้องเอ็นโดสโคป ที่มีความละเอียดสูงเข้าไปในช่องว่างภายในกระดูกคอเพื่อนำหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออกมา และขยายโพรงเส้นประสาทที่แคบให้กว้างขึ้น ลดการกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท หลังจากได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วผู้ป่วย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการผ่าตัด ของแพทย์เพื่อการหายอย่างยั่งยืน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดหมอนกระดูกสันหลังส่วนคอ ด้วยเทคนิคแบบ PSCD ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้นจึงต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางควบคู่ในการรักษาผู้ป่วยทำให้ไม่เป็นที่แพร่หลาย และจะพบได้ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางที่รักษาโรคกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
