<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานคปภ.</title>
	<atom:link href="https://www.businessownertv.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 May 2026 16:45:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2022/10/cropped-Business-Owner-TV-32x32.jpg</url>
	<title>สำนักงานคปภ.</title>
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คปภ. เปิดเวที ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2026 ปีที่ 2</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/44786/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 16:45:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[เลขาธิการ คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=44786</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิกา [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2026 ณ โรงแรม Hotel Nikko Bangkok กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดโดยสำนักงาน คปภ. โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ร่วมกับกองทุนประกันชีวิต และสมาคมประกันชีวิตไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ผู้บริหารจากภาคธุรกิจประกันชีวิต สมาคมประกันชีวิต และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากประเทศไทย ประเทศสมาชิกอาเซียน ตลอดจนพันธมิตรระดับโลกจากสาธารณรัฐเกาหลีและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าร่วมแลกเปลี่ยน องค์ความรู้และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์ของสำนักงาน คปภ. ในการ ต่อยอดความสำเร็จของโครงการ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อยกระดับการพัฒนาระบบประกันชีวิต ในภูมิภาคให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคสังคมสูงวัย ภายใต้หัวข้อ “The Longevity Frontier: Navigating the Future of Wellness” ซึ่งมุ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นย้ำว่า ภาคธุรกิจประกันภัยจำเป็นต้องยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย ไปสู่การเป็น “National Risk Buffer” หรือกลไกสำคัญในการรองรับความเสี่ยงของประเทศ และร่วมสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่ส่งเสริมทั้งสุขภาวะทางกาย (physical wellness) และ       ความมั่นคงทางการเงิน (financial security) ของประชาชนในระยะยาว</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ (ALIP) เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) โดยสำนักงาน คปภ. เชื่อมั่นว่า “การกำกับดูแล” และ “การพัฒนา” ต้องดำเนินควบคู่กัน ผ่านแนวคิด Collaborative Shield หรือเกราะความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้นวัตกรรมสามารถตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะ ในขณะที่ระบบกำกับดูแลสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันต่อบริบทความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมตั้งเป้าให้ ALIP เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยง Friendship and Connection ไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง Insurance Community ของภูมิภาคอาเซียนให้เข้มแข็งร่วมกัน โดยในปีนี้ได้ขยายขอบเขตความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลกจากสาธารณรัฐเกาหลีและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ซึ่งช่วยยกระดับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบประกันชีวิตอาเซียนให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป</p>
<p>สำหรับโครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ (ALIP) 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 โดยตลอดระยะเวลา 5 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบเข้มข้น ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจประกันชีวิตในยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้ 4 Modules ประกอบด้วย <strong>Module 1 Global Landscape &amp; Strategic Outlook</strong> การวิเคราะห์ภูมิทัศน์โลกและทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจประกันชีวิต <strong>Module 2 Emerging Risk &amp; Resilience </strong>การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของ<strong>องค์กร </strong><strong>Module 3 Technology &amp; Customer Transformation</strong> การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และ <strong>Module 4 Leadership &amp; Human Capital Strategy</strong> การพัฒนาภาวะผู้นำและกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบครบทุกมิติ ทั้งการบรรยาย การอภิปราย การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาดูงานระบบประกันภัยและระบบสุขภาพของประเทศไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ เพื่อร่วมระดมความคิดและออกแบบแนวทางการพัฒนาระบบประกันชีวิตในระดับภูมิภาค โดยยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากหลากหลายสาขาวิชามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนผ่านของธุรกิจประกันชีวิตในบริบทโลกใหม่ การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลและ  ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบประกันภัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว</p>
<p>โครงการ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) จึงไม่ได้เป็นเพียงหลักสูตรพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในอุตสาหกรรมประกันชีวิต แต่เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือและการร่วมออกแบบอนาคตของระบบประกันชีวิตในระดับอาเซียน และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันออกแบบอนาคตของระบบประกันภัยที่ตอบโจทย์ประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างระบบประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น พร้อมรองรับสังคมสูงวัย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัยในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน</p>
<p>“ปัจจุบันสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ได้ยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมประกันภัยของภูมิภาค ครอบคลุมทั้งการพัฒนาหลักสูตร การจัดทำฐานข้อมูลเชิงนโยบาย ตลอดจนการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและการสนับสนุน InsurTech Startup เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมประกันภัยในอนาคต โดยโครงการ ALIP จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างกลไกความร่วมมือระยะยาว การพัฒนาบุคลากร และการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับภาคธุรกิจประกันภัยในระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อประเทศสมาชิกและประชาชนในภูมิภาคในระยะยาว” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. เปิดหลักสูตรฝึกอบรมเตรียมความพร้อมกลุ่มพนักงานศักยภาพสูง “Top Gun” ปีที่ 3</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/44729/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 02:05:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=44729</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดพิธีเปิดหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกลุ่มพนักงานศักยภาพสูง (Top Gun) ปีที่ 3 โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย พลอากาศโท เมธา สุนทรศารทูล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย คณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. คณะวิทยากรจากกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ และพนักงานในกลุ่ม Top Gun ปีที่ 3 จำนวน 35 คน เข้าร่วม ณ โรงเรียนเตรียมทหาร จังหวัดนครนายก</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า โครงการพัฒนากลุ่มพนักงานศักยภาพสูง หรือ Top Gun ถือเป็นการดำเนินงานตามนโยบายและทิศทางสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรของสำนักงาน คปภ. โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และกล้าคิดนอกกรอบ ควบคู่กับการปลูกฝังความเป็นผู้นำที่กล้าคิด กล้าตัดสินใจ เชิงยุทธศาสตร์ในทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของสำนักงาน คปภ.ในอนาคต ทั้งนี้ โครงการ Top Gun มิใช่เพียงหลักสูตรพัฒนาบุคลากร หากแต่เป็นสนามฝึกผู้นำของสำนักงาน คปภ. ที่เปิดพื้นที่ ให้ผู้มีศักยภาพสูงได้รับการท้าทาย ได้เรียนรู้ และได้พิสูจน์ตัวเองในสถานการณ์ที่กดดันและซับซ้อน เพราะในโลกปัจจุบัน   สำนักงาน คปภ. ไม่ได้ต้องการเพียงคนทำงานเก่ง แต่ต้องการคนที่คิดเป็น ตัดสินใจเป็น และนำผู้อื่นได้</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เส้นทางของโครงการ Top Gun ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม กล่าวคือ ปีแรก เป็นการวางรากฐานความเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีม ปีที่สอง เป็นการเสริมทักษะการทำงานข้ามสายงาน การคิดเชิงข้อมูล และการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ผ่าน 5 Flagship Projects สำคัญ ได้แก่ 1) โครงการ OIC 101 มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ด้านการประกันภัยและการสื่อสารเชิงรุก 2) โครงการประกันภัยพืชผลทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการประกันภัยแบบพาราเมตริก (Parametric Insurance) 3) โครงการยกระดับการกำกับดูแล Group-wide Supervision ด้วยระบบงาน IT 4) โครงการพัฒนา OIC Intelligent Gateway เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและการให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจร และ 5) โครงการพัฒนาองค์กรด้านการบริหารจัดการสวัสดิการบุคลากร และ ปีที่สาม ซึ่งเป็น ปีปัจจุบัน ถือเป็นช่วงของการฉายศักยภาพของพนักงานออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ผ่านการคิดเชิงยุทธศาสตร์ การตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน และการกล้าริเริ่มสิ่งใหม่เพื่อองค์กร โดยพนักงานกลุ่ม Top Gun ปีที่ 3 ทั้ง 35 คน ที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้ ถือเป็นบุคลากรที่สำนักงาน คปภ. เล็งเห็นศักยภาพและคาดหวังว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญขององค์กรในอนาคต</p>
<p>สำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับกลุ่มพนักงานศักยภาพสูง (Top Gun) ปีที่ 3 นี้ สำนักงาน คปภ.ได้ประสานความร่วมมือกับกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ นำโดย นาวาอากาศเอก เอก ศรลัมภ์ ตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำกรมกำลังพลทหารอากาศ ช่วยราชการที่ สำนักงานรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วย คณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบเข้มข้น ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ อาทิ ภาวะผู้นำ (Leadership) การคิดอย่างเป็นระบบด้วย Casual Loop Diagram การเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีประสิทธิภาพ การทำงานเป็นทีม การฝึกแก้ไขสถานการณ์จำลอง (Tabletop Exercise) การวิเคราะห์จุดศูนย์ดุล (COG Analysis) และ การเชื่อมโยงมโนทัศน์ (Connecting Concepts) โดยได้นำกรณีศึกษาจากสถานการณ์จริงมาใช้ในการเรียนรู้ อาทิ เหตุการณ์ เครนตกทับรถไฟ จังหวัดนครราชสีมา เหตุพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา โดยเริ่มการอบรมในหัวข้อสถาบันพระมหากษัตริย์กับกองทัพอากาศ ควบคู่กับการทำกิจกรรมกลุ่ม (Workshop) การฝึกสถานการณ์จำลอง และการนำเสนอผลการเรียนรู้ ทั้งนี้ การฝึกอบรมตลอด 3 วัน ไม่ได้เป็นเพียงการรับฟังการบรรยาย แต่เป็นการฝึกคิด ฝึกตัดสินใจ และฝึกทำงานร่วมกับผู้ที่มีมุมมองแตกต่างกัน อันเป็นทักษะสำคัญของการเป็นผู้นำยุคใหม่</p>
<p>“ภายหลังจบหลักสูตรการอบรมในครั้งนี้ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงสิ่งที่ Top Gun ทุกคนได้เรียนรู้ แต่คือสิ่งที่ทุกคนจะกลับไป ลงมือทำ เพราะสำนักงาน คปภ. จะเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ได้เกิดจากแผนงานบนกระดาษ หากแต่เกิดจากคนที่กล้าคิด กล้าทำ และ  กล้ารับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง นอกจากนี้ การพัฒนากลุ่มพนักงานศักยภาพสูงของสำนักงาน คปภ. ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเสริมสร้างทักษะภาวะผู้นำและการคิดเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลัก ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อองค์กร และการตัดสินใจบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม ควบคู่กับการสร้างค่านิยมการทำงานที่สุจริต โปร่งใส และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ.เผยธุรกิจประกันภัยไทยปี 2568 ยังเติบโตต่อเนื่อง เบี้ยประกันภัยรวมสูง 9.69 แสนล้านบาท ขณะที่ประกันสุขภาพ–ยูนิตลิงค์–ท่องเที่ยว ขยายตัวโดดเด่น</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/44611/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 07:34:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=44611</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยภาพรวมธุรกิจประกันภัยไทย ประจำปี 2568 พบว่า ธุรกิจประกันภัยไทยยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยง ที่มีความผันผวน โดยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทั้งระบบจำนวน 969,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3.17 แบ่งเป็น</p>
<p>เบี้ยประกันภัยรับตรงธุรกิจประกันชีวิต 676,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.62 และเบี้ยประกันภัยรับตรงธุรกิจประกันวินาศภัย 292,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.17 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของระบบประกันภัยในการเป็นกลไกสำคัญบริหารความเสี่ยงของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงของประเทศ</p>
<p>สำหรับภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต ปี 2568 เมื่อพิจารณาตามประเภทผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับตรงสูงสุดพบว่า 5 อันดับแรก ได้แก่ ประกันชีวิตสามัญ (Ordinary) จำนวน 402,807 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สัญญาเพิ่มเติม ประกันสุขภาพ (Rider Health) จำนวน 135,083 ล้านบาท ประกันชีวิตแบบกลุ่ม จำนวน 41,861 ล้านบาท ประกันชีวิตควบ    การลงทุน (Unit Linked) จำนวน 41,374 ล้านบาท และประกันบำนาญ (Annuity) จำนวน 21,494 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ประชาชนให้ความสำคัญ  กับการวางแผนสุขภาพ การออมระยะยาว และการลงทุนควบคู่ความคุ้มครองมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ธุรกิจประกันชีวิตยังมีผลิตภัณฑ์ที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) เติบโตร้อยละ 15.48 สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ (Rider Health) เติบโตร้อยละ 12.36 และประกันบำนาญ (Annuity) เติบโตร้อยละ 10.18 ขณะที่เบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ (Renewal Year Premium) ยังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 72 ของเบี้ยประกันภัยรวม สื่อให้เห็นว่าประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับการมีหลักประกันความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง ด้านผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันชีวิต ปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 74,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.57 จากปีก่อน โดยเป็นผลจากผลการรับประกันภัยและรายได้จากการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิต ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 4.49 ล้านล้านบาท โดยยังคงลงทุน ในพันธบัตรรัฐบาลเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 61 ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด สะท้อนถึงเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเงิน องธุรกิจประกันชีวิตไทย</p>
<p>ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัย เมื่อพิจารณาประเภทผลิตภัณฑ์ที่มีเบี้ยประกันภัยรับตรงสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ จำนวน 142,952 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จำนวน 31,771 ล้านบาท ประกันภัยเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับทรัพย์สิน (IAR &amp; Property) จำนวน 30,315 ล้านบาท ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จำนวน 20,648 ล้านบาท และประกันสุขภาพ จำนวน 19,419 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นกลุ่มประกันภัยที่มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยสูงที่สุดของธุรกิจประกันวินาศภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ขณะที่ประกันสุขภาพและ  ประกันอุบัติเหตุมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การเตรียมความพร้อมรองรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิดในชีวิตประจำวันมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงเติบโตจากความต้องการความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประกันสุขภาพ (Health) ที่เติบโตร้อยละ 19.75 ประกันภัยการเดินทาง (Travel) เติบโตร้อยละ 15.49 และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Accident AH) เติบโตร้อยละ 6.76 ชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ ความต้องการความคุ้มครองด้านประกันภัยมีความหลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกัน จำนวนกรมธรรม์ใหม่ของธุรกิจประกันวินาศภัยเพิ่มขึ้นเป็น 80.55 ล้านกรมธรรม์ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.08 ด้านผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันวินาศภัย ปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 11,677 ล้านบาท แม้ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 25.20 แต่ยังคงมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยมีสินทรัพย์ลงทุนรวม จำนวน 350,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนร้อยละ 0.68 และยังคงเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง อาทิ พันธบัตรรัฐบาล เงินฝาก และหุ้นกู้</p>
<p>ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจประกันภัยไทยในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพและความสามารถในการปรับตัวของ  ภาคธุรกิจประกันภัยไทย ท่ามกลางความเสี่ยงและบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงาน คปภ. จะมีการกำกับดูแลและส่งเสริมการพัฒนาระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และสามารถตอบสนองความต้องการด้านความคุ้มครองของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) ที่มุ่งยกระดับ ระบบประกันภัยไทยให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงของประเทศในระยะยาว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่กระบี่ ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน บูรณาการความร่วมมือช่วง 7 วันอันตราย</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/43364/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 15:44:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=43364</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย นางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และนายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบริหาร ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อตรวจเยี่ยมการให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณการจราจรทั้งทางถนนและทางทะเลเพิ่มสูงขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงให้ความสำคัญในการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความคุ้มครอง ด้านการประกันภัยอย่างทั่วถึงและทันท่วงที</p>
<p>ในการนี้ เลขาธิการ คปภ. และคณะ ได้เดินทางไปยังจุดตรวจและจุดบริการประชาชน ซึ่งบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 จังหวัดกระบี่ รวมทั้งหน่วยงาน  ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาคธุรกิจประกันภัย ชมรมประกันวินาศภัย สมาคมประกันชีวิต และภาคีเครือข่าย โดยได้ร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมมอบน้ำดื่มและสิ่งของอุปโภคบริโภค ที่จำเป็น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และสนับสนุนการบูรณาการด้านการอำนวยความสะดวกและดูแล ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 หรือ  “7 วันอันตราย” อันเป็นการดำเนินมาตรการเชิงรุกในการลดอุบัติเหตุทางถนน ควบคู่กับการสร้างความตระหนักในการ ทำประกันภัย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>จากนั้น เลขาธิการ คปภ. ได้เดินทางไปยังสำนักงาน คปภ. จังหวัดกระบี่ เพื่อตรวจเยี่ยมพร้อมเข้าร่วมประชุมรับฟังสรุป   ผลการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดกระบี่ พร้อมมอบนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยในระดับพื้นที่ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของประชาชน การยกระดับคุณภาพการให้บริการ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย โดยมี นายธนาศักดิ์ จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) และนางสาวอรอุมา ศรีสุด ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าร่วมประชุมด้วย โดยได้มีการถ่ายทอดการมอบนโยบายผ่านระบบออนไลน์ (Online) ไปยังสำนักงาน คปภ. จังหวัดในสังกัดสำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคสามารถรับฟังแนวทางการดำเนินงานได้พร้อมกัน อันเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมและขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีใจความสำคัญว่า “ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในระดับสูง โดยในแต่ละปีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2,000 ครั้งทั่วประเทศ สำนักงาน คปภ.จึงให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นหลักประกันพื้นฐาน และประกันภัยภาคสมัครใจที่ช่วยเพิ่มความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำให้สำนักงาน คปภ. ส่วนภูมิภาคทุกแห่งดูแลและให้คำแนะนำแก่ประชาชน  ด้านการประกันภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการให้ข้อมูลสิทธิประโยชน์ การเข้าถึงความคุ้มครอง และแนวทางการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสมและทันท่วงที”</p>
<p>ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย และสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงของประเทศ โดยมุ่งให้ระบบประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งในการลดความสูญเสียและสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชน</p>
<p>สำนักงาน คปภ. ขอเชิญชวนประชาชนให้ตรวจสอบความคุ้มครองประกันภัยก่อนการเดินทาง และใช้ประกันภัย เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างความอุ่นใจตลอดการเดินทางในช่วงเทศกาล พร้อมขอให้ประชาชนเดินทางใช้รถ  ใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง มีประกันภัยดูแลตลอดการเดินทาง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านการประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือผ่านช่องทาง LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้สิทธิด้านการประกันภัยได้อย่างสะดวกและครบถ้วน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. เร่งเครื่อง “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” ลงพื้นที่ชลบุรี ปั้นมาตรฐานใหม่ธุรกิจอาหารไทยด้วยประกันภัยแบบฝังตัว</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42473/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 15:09:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[oic]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42473</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยภาคบริการอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ <strong>“ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง”</strong> ปักหมุดในภูมิภาคจังหวัดแรกที่ชลบุรี ณ ร้าน Truffle House ต่อยอดความสำเร็จจากการเปิดตัวในกรุงเทพมหานคร มุ่งสร้าง “มาตรฐานใหม่” ให้ธุรกิจร้านอาหารไทย พร้อมเสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภคและขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการสู่ความยั่งยืน</p>
<p>นางสาววสุมดี วสีนนท์  รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค เปิดเผยว่า การเลือกจังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่นำร่อง สะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัวติด 1 ใน 3 ของประเทศ มีมูลค่าประมาณ 590,000 บาทต่อคนต่อปี อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีเงินฝากและเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงสูงสุดในพื้นที่นอกกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งยังมีผู้ประกอบการร้านอาหารมากกว่า 13,600 ราย สูงที่สุดเป็นลำดับสองของประเทศ ซึ่งนับเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อต่อยอดศักยภาพของโครงการดังกล่าว ภายใต้แนวคิด “ประกันภัยแบบฝังตัว” (Embedded Insurance) เชื่อมโยงเข้ากับธุรกิจร้านอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติทันทีเมื่อใช้บริการ โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยเบี้ยประกันภัยในระดับต่ำเพียงร้อยละ 0.1 ของวงเงินความคุ้มครองหรือทุนประกัน ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเป็นการเน้นย้ำการให้ความสำคัญของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยต่อภาคธุรกิจร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย</p>
<p>ภายในกิจกรรมครั้งนี้ มีการร่วมแชร์ประสบการณ์ “ยกระดับร้านอาหารสู่ความสำเร็จ สูตรสำเร็จจากมืออาชีพ” โดยคุณอิทธิกร ตั้งวัฒนารัตน์ หรือเชฟมารวย ผู้เข้าแข่งขัน Hell&#8217;s Kitchen Thailand จากร้าน Truffle House และคุณศิริพร สุวรรณพิทักษ์ เจ้าของร้าน Papper International Buffet ต่อเนื่องด้วยเวทีเสวนาในหัวข้อ “Customer Journey : เมื่อเส้นทางที่ลูกค้าคาดหวังมีมากกว่าความอร่อย ‘ชวนคิด ปิดความเสี่ยง’” นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของโครงการฯ ที่เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองอย่างรอบด้าน เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนและยกระดับแนวทาง</p>
<p>การบริหารความเสี่ยงของธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่ให้สอดรับกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยคุณไกรสร  ฉัตรเลขวนิช ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี ซึ่งกล่าวว่า “การที่สำนักงาน คปภ. ขับเคลื่อนโครงการ โดยเลือกพื้นที่จังหวัดชลบุรี สะท้อนถึงความสำคัญด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจบริการด้านร้านอาหารของจังหวัด ดังนั้น หอการค้าจึงจะเป็นอีกหนี่งกำลังสำคัญในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการต่อไป” คุณอรัญ ศรีว่องไทย</p>
<p>ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า “ความเสี่ยงของธุรกิจร้านอาหารมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ดังนั้น การมีประกันภัยจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นความเสี่ยง และรับมือได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้อย่างมั่นคง” คุณศิริพร สุวรรณพิทักษ์ ผู้ประกอบการร้านอาหาร Papper International Buffet มองว่า “จากประสบการณ์จริง การนำประกันภัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารธุรกิจ ทำให้มั่นใจ ในการให้บริการมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ดูแลลูกค้าให้พึงพอใจ แต่ยังสามารถดูแลเขาได้ในวันที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Customer Journey ที่หลายคนอาจมองข้าม” คุณนภัสนันท์ พรรณนิภา นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย  กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาพำนักระยะยาวทำให้ความคาดหวังของลูกค้ามีความหลากหลายและสูงขึ้น ประกันภัยจึงมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยง และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มั่นใจให้กับลูกค้าในทุกมิติ” และคุณอมรศักดิ์ มาลา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการประกันภัย กล่าวสรุปว่า “ความเสี่ยง ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของธุรกิจร้านอาหาร แต่สามารถปิดหรือจัดการ ความเสี่ยง ได้ด้วยการบริหารจัดการที่รอบคอบและการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการรองรับความไม่แน่นอน      และเป็นการสะท้อนความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคของผู้ประกอบการอีกด้วย”</p>
<p>รองเลขาธิการ คปภ. เน้นย้ำว่า โครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” ได้พัฒนารูปแบบการดำเนินงานให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเน้นการมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมผลักดันการรับรู้ผ่านตราสัญลักษณ์ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” (Insured Restaurant &amp; Café) ซึ่งจะมอบให้แก่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค และในครั้งต่อไป จะเป็นการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ การเสวนาเชิงลึก รวมถึงการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการร้านอาหารกับบริษัทประกันภัย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมอย่างครบวงจร</p>
<p>โดยโครงการนี้จะสร้างความอุ่นใจให้ผู้บริโภค เสริมศักยภาพผู้ประกอบการในการบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ และยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยสู่ความยั่งยืน” รองเลขาธิการ คปภ. เน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนโครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจมีประกันภัยคุ้มครอง” ไม่ได้เป็นเพียงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย หากแต่เป็นการวางรากฐานระบบนิเวศใหม่ที่ทำให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภค มั่นใจทุกมื้อ และอุ่นใจทุกครั้งที่ใช้บริการต่อไป</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. จัดประชุมชี้แจงแนวทาง ERM และ ORSA สำหรับภาคธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัยตามประกาศใหม่ปี 2568</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/40998/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 14:02:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=40998</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับแ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (Enterprise Risk Management : ERM) และการประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงิน (Own Risk and Solvency Assessment : ORSA) ตามประกาศสำนักงาน คปภ. หลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการจัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (ERM) และการประเมินความเสี่ยงและ  ความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย (ORSA) พ.ศ. 2568 สำหรับภาคธุรกิจประกันชีวิตและภาคธุรกิจประกันวินาศภัย โดยมีนางสาวอายุศรี คำบรรลือ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนามาตรฐานการกำกับ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยเข้าร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร</p>
<p>ประกาศฯ ฉบับปี 2568 สำนักงาน คปภ. กำหนดให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งต้องส่งรายงาน ERM/ORSA ให้กับสำนักงานเป็นประจำทุกปี โดยต้องมีการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนที่สอดคล้องกับแผนธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงของ  บริษัทประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงต้องจัดทำรายงานสถานะความเสี่ยงให้กับสำนักงานเป็นประจำทุก 6 เดือน การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อให้บริษัทประกันภัยเข้าใจถึงการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกมิติของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ และสามารถประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนได้อย่างเหมาะสมในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์วิกฤต อันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน และยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำกรอบการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (ERM) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการกำกับดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร โดยครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Culture) ตลอดจนการติดตามและประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการ ORSA ซึ่งจะช่วยให้ บริษัทประกันภัยสามารถวิเคราะห์ผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงในอนาคต วางแผนบริหารเงินกองทุนได้อย่างเหมาะสม และเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>นางสาวอายุศรี กล่าวว่า การบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (ERM) ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการดำเนินธุรกิจของบริษัทประกันภัย โดยช่วยให้สามารถระบุ วิเคราะห์ และติดตามความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ พร้อมเชื่อมโยงกับการกำหนดกลยุทธ์และแผนธุรกิจอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน การประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงิน (ORSA) ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถประเมินความเพียงพอของเงินกองทุน วิเคราะห์สถานการณ์ในอนาคต และเตรียมความพร้อมรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการที่เป็นเลิศ (Best Practices) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่บริษัทประกันภัยและเสถียรภาพของระบบประกันภัยโดยรวม ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันภัยให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงไปสู่แนวปฏิบัติ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ.แถลงแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 วางยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน พลิกบทบาทประกันภัยไทยรับมือความเสี่ยงยุคใหม่ สู่ National Risk Buffer</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/40003/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Feb 2026 16:35:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=40003</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับแล [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดงานแถลงแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2573) เพื่อสรุปภาพรวมการขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในระยะต่อไป ซึ่งได้รับเกียรติจาก <strong>นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประกันภัย และประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของระบบประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงภัยของประเทศ</strong> และ<strong> นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.)</strong> กล่าวสรุปภาพรวมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย <strong>” </strong>โดยมีนายสุรินทร์ ตนะศุภผล  ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกลยุทธ์องค์กร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย นายกสมาคมประกันชีวิตไทย นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยและประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน คปภ. ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย และสื่อมวลชน จำนวนประมาณ 300 คน ณ โรงแรม Grande Centre Point Prestige Bangkok</p>
<p>การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงาน คปภ.ได้ถ่ายทอดทิศทางการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ตาม แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2573) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบในการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยอย่างต่อเนื่องจากแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2564 – 2568) ที่สิ้นสุดลงเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้ แผนฉบับที่ 5 มุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น ทันสมัย และสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของประเทศ ท่ามกลางบริบทความเสี่ยงใหม่และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>
<p>เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางและบทบาทของระบบประกันภัยในการรองรับความเสี่ยงของประเทศอย่างชัดเจน <strong>นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของระบบประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงภัยของประเทศ”</strong> โดยมีใจความสำคัญว่า แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5  (พ.ศ. 2569 – 2573) จัดทำขึ้นภายใต้บริบทที่ประเทศและโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในหลายมิติ ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงใหม่ ภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรง ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งจำเป็นต้องยกระดับบทบาทของระบบประกันภัยให้เป็นกลไกสำคัญในการซึมซับแรงกระแทกจากความเสี่ยง และเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ได้ยกระดับจากแผนเชิงตั้งรับไปสู่ <strong>แผนเชิงรุก</strong> โดยมีหัวใจสำคัญคือ <strong>ยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน</strong> ครอบคลุมการสร้างระบบประกันภัยที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่น การรองรับภัยขนาดใหญ่และความเสี่ยงใหม่ การส่งเสริมการเข้าถึงการประกันภัยอย่างทั่วถึง และการพัฒนาระบบนิเวศข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของแผนพัฒนาการประกันภัยฉบับนี้ว่า ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรม แต่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เกิดวิกฤตการณ์ ประกันภัยจะทำหน้าที่ในการลดแรงกระแทก ทำให้เศรษฐกิจพลิกฟื้นเพื่อเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน  และเวทีในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนฯ ให้ไม่เป็นเพียงหนังสือเล่มสวยที่วางอยู่บนหิ้ง แต่เป็นแผนที่นำไปสู่การปฏิบัติจริง โดยสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัยจะทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนในการบริหารความเสี่ยงของภาครัฐเพื่อยกระดับระบบประกันภัยไทยให้สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงภัยของประเทศ และเป็นพลังสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป</p>
<p>จากนั้นเป็นการนำเสนอ “ทิศทางและสาระสำคัญของแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5” โดย นางสาวสิริพักตร์ สุวรรณทัต ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และบริหารความเสี่ยง และ การนำเสนอ “การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัยสู่การปฏิบัติ” โดยได้รับเกียรติจากรองเลขาธิการแต่ละด้าน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ของสำนักงาน คปภ. ได้แก่ <strong>นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย </strong>และ <strong>นางสาวชญานิน เกิดผลงาม รองเลขาธิการ ด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี</strong> รวมถึง<strong> นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ</strong><strong> สำนักงาน คปภ.</strong> ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เชิงปฏิบัติและสะท้อนบทบาทการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2573) ให้เชื่อมโยงกับภารกิจของแต่ละสายงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับความรู้และการเข้าถึงการประกันภัยของประชาชนในระดับพื้นที่ การพัฒนามาตรฐานวิชาชีพของคนกลางประกันภัย การกำกับความมั่นคงทางการเงิน การเสริมสร้างธรรมาภิบาล การดำเนินมาตรการเชิงป้องกันการเกิดฉ้อฉลประกันภัย การคุ้มครองผู้บริโภค และการบังคับใช้กฎหมายที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นฐานการยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยผ่านการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล ตลอดจนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี เพื่อรองรับความเสี่ยงใหม่ ภัยขนาดใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และเสริมสร้างเครือข่ายผ่าน <strong>Insurance Community</strong></p>
<p>โดยในช่วงท้าย <strong>นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ.</strong> กล่าวสรุปเพิ่มเติมว่า หากมองย้อนกลับไปในแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 ประเทศไทยได้ร่วมกันวางรากฐานสำคัญด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม บริบทของโลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 มิได้เป็นเพียงแผนต่อเนื่อง แต่เป็น <strong>“วิวัฒนาการเชิงโครงสร้าง” ของระบบประกันภัยไทย</strong> ที่ยกระดับจากการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระดับประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งหากแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 มุ่งเน้นการสร้างบริษัทประกันภัยที่ทันสมัย แผนฉบับที่ 5 จะมุ่งสร้าง <strong>“ระบบนิเวศข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน”</strong> (Data Ecosystem) อย่างเป็นรูปธรรม และจากเดิมที่การกำกับดูแลเน้นรายบริษัท แผนฉบับที่ 5 ได้ยกระดับไปสู่การกำกับดูแลแบบมองภาพรวมกลุ่มธุรกิจ (Group-wide Supervision) เพื่อปิดช่องว่างความเสี่ยงเชิงระบบอย่างครบวงจร ที่สำคัญที่สุดแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ได้ปรับบทบาทของระบบประกันภัยไทยจากการเป็น <strong>“ทางเลือก” ให้กลายเป็น “</strong><strong>National Risk Buffer”</strong> หรือกลไกสำคัญในการรองรับแรงกระแทกของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงขนาดใหญ่ในระยะยาวอย่างยั่งยืน</p>
<p>สำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดจากทุกสายงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 เป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดตั้งทีมบุคลากรศักยภาพสูงจากทุกภาคส่วน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก   เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนามาตรการเชิงนโยบายอย่างรอบด้าน ก่อนนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้แผนฉบับนี้มีความครบถ้วน ครอบคลุม และสามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในทุกมิติได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ดำเนินการภายใต้ <strong>4 ยุทธศาสตร์หลัก</strong> ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ยุทธศาสตร์ </strong><strong>Stability</strong> มุ่งสร้างความมั่นคงของระบบประกันภัย ผ่านมาตรฐานเงินกองทุนที่เข้มแข็ง การกำกับดูแลแบบรวมกลุ่มธุรกิจ และการบูรณาการหลัก ESG เป็นแกนกลาง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลและลดต้นทุนความเสี่ยงของภาคธุรกิจ</li>
<li><strong>ยุทธศาสตร์ </strong><strong>Resilience</strong> ยกระดับการบริหารความเสี่ยงจากการตั้งรับภัยพิบัติ ไปสู่การใช้แบบจำลองความเสี่ยงขั้นสูง (Advanced Risk Modelling) เพื่อคาดการณ์ ป้องกัน และรองรับความเสียหายจากภัยขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
<li><strong>ยุทธศาสตร์ </strong><strong>Inclusion</strong> มุ่งผลักดันให้การประกันภัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานอิสระ เกษตรกร หรือกลุ่มเปราะบาง</li>
<li><strong>ยุทธศาสตร์ </strong><strong>Technology &amp; Data-Driven</strong> ขับเคลื่อนนโยบาย Open Insurance ส่งเสริมการใช้ e-Policy และเทคโนโลยีดิจิทัลในการกำกับดูแล เพื่อยกระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของระบบประกันภัยไทยในระยะยาว</li>
</ul>
<p>“หากมองไปข้างหน้าในระยะ 5 ปี เมื่อแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 บรรลุผล ประเทศไทยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบบประกันภัยไทยจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงที่ประชาชน   ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และอุตสาหกรรมประกันภัยจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูล (Data-Driven Hub) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมูลที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ พร้อมยกระดับบทบาทสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน (ESG) ในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ไม่ใช่แผนของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นแผนที่ ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน โดยสำนักงาน คปภ.พร้อมทำงานเชิงรุก เดินร่วมกับทุกภาคส่วน และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แผนฉบับนี้สร้างความมั่นคง ความเชื่อมั่น และคุณค่าให้กับประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. จัดประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ครั้งที่ 1/2569</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/39523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 07:42:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[oic]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=39523</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="s19"><span class="s18"><span class="bumpedFont15">เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ </span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">ภ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและการมีส่วนร่วมด้านการประกันภัย </span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">   </span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะกรรมการจากภายนอกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม </span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">ประกอบด้วย</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15"> สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย </span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ </span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ สมาคมส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค และสมาพันธ์ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร</span></span></p>
<p class="s19"><span class="s18"><span class="bumpedFont15">สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านการประกันภัยและ</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม โดยครอบคลุมผลการดำเนินการตามความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ </span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา มาตรการเร่งรัดเยียวยาและช่วยเหลือประชาชน ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ และผู้ได้รับ</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">ความเสียหายจากสัญญาประกันภัย การยกระดับประสิทธิภาพกลไกการทำงานของระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">ตลอดจนมาตรการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการประกันภัย</span></span></p>
<p class="s19"><span class="s18"><span class="bumpedFont15">โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการขับเคลื่อนมาตรการ</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">เพื่อผลักดัน</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">การประกันภัยภาคบังคับให้ครอบคลุมความเสี่ยงที่หลากหลาย</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">มากขึ้น โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15"> เพื่อให้ประชาชนผู้ประ</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">ส</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">บภัยได้รับการเยียวยาที่เป็น</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">ธรรม</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">จากเหตุอุบัติภัยต่าง ๆ</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15"> นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านการประกันภัยผ่านช่องทางต่าง ๆ</span></span> <span class="s18"><span class="bumpedFont15">อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเผยแพร่ข้อมูลสถิติด้านการประกันภัยให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องความ</span></span><span class="s18"><span class="bumpedFont15">ปลอดภัยและความสำคัญของการทำประกันภัย รวมถึงสนับสนุนแนวทางให้คนพิการสามารถเข้าถึงโอกาสในการประกอบอาชีพ</span></span> <span class="s18"><span class="bumpedFont15">ด้านการประกันภัยได้มากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของลักษณะงาน การคุ้มครองสิทธิ และการลดอุปสรรคในการเข้าสู่วิชาชีพ</span></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. แถลงความสำเร็จโครงการ Insure Mall Thailand 2025 มีผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านแพลตฟอร์มสูงเกินคาด</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/39043/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jan 2026 01:15:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[Insure Mall Thailand 2025]]></category>
		<category><![CDATA[oic]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=39043</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้าสานต่อความสำเร็จของโครงการ “</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Mall Thailand” </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">เปิดให้บริการแพลตฟอร์ม </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Mall Thailand </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ประจำปี 2025 พร้อมจัดงา</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">น</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">มหกรรมประกันภัย </span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">“</span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">Insure Week”</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ผ่านเว็บไซต์ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">www.insuremallthailand.com</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ระหว่างวันที่ 8 – 21 ธันวาคม 2568 </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">  </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">โดย</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ผู้ที่ซื้อประกันภัยในช่วง </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Week </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">และเป็นสมาชิกกับ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Mall Thailand </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">จะ</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ได้รับสิทธิประโยชน์ถึง 3 ต่อ ได้แก่ </span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">ต่อที่ 1</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยสูงสุด 30% </span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">ต่อที่ 2</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> สิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่รวมมูลค่ากว่า 6 แสนบาท </span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">ต่อที่ 3</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับปีภาษี 2568 </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">  </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบริษัทประกันภัย </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">และ</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">บริษัทนายหน้าประกันภัยชั้นนำที่เข้าร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงประชาชนที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ประกันภัย</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ผ่านแพลตฟอร์ม</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Mall Thailand </span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">กล่าวว่า </span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">โครงการ “</span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">Insure Mall Thailand”</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 อย่างสง่างาม </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">เปลี่ยนความ</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คิด</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ที่</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ว่า</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ประกันภัยเป็นเรื่องไกลตัว เข้าใจยาก และต้องใช้เวลา </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ให้กลายเป็น</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> “ประกันภัยแค่ปลายนิ้ว” เพื่อสร้าง </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insurance Digital Ecosystem </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ที่ทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องง่าย สะดวก และโปร่งใส</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> โดย</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน คปภ. มุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ให้เป็นมากกว่าห้างสรรพสินค้าดิจิทัล</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">แต่เป็นสะพานดิจิทัลที่เชื่อมโยงประชาชน บริษัทประกันภัย ตัวแทน และนายหน้าเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยในปีนี้ได้ยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบเปรียบเทียบประกันภัยอัจฉริยะ</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">     </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นในคลิกเดียว ระบบ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Video Add to Cart </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">และ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Live Streaming </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ที่เชื่อมโยงข้อมูลผลิตภัณฑ์</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">แบบเรียลไทม์ และระบบ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Gamification </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สะสม </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Coin </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ที่เปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องประกันภัยให้เป็นเรื่องสนุกและได้รับ</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">สิทธิประโยชน์จริง </span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">อย่างไรก็ตาม </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">โครงการนี้จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย หากขาดความร่วมมือจากพันธมิตรกว่า 50 แห่ง ทั้งบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย ธนาคาร และสมาคมต่าง ๆ ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดศูนย์กลางการซื้อขายประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในไทย ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมทั้งด้านราคาและคุณภาพ ประชาชนทุกกลุ่มอาชีพจึงสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้อย่างเท่าเทียม </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ซึ่ง</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ความสำเร็จในปีนี้สะท้อนผ่านตัวเลขที่น่าภาคภูมิใจ โดยมียอดเข้าใช้งานเว็บไซต์สูงกว่า 1 ล้านครั้ง โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Week </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ที่ผ่านมา มียอดการซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัย สูงถึง 102</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">,</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">217</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">,</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">495.65 บาท</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> ซึ่งนับเป็น</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สัญญาณ</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ที่ดี</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ว่าประชาชนเริ่มเชื่อมั่นและกล้า</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ซื้อผลิตภัณฑ์</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ประกันภัยในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น</span></span></p>
<p class="s19"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีที่ซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยในช่วงกิจกรรม </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Week </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ผ่านเว็บไซต์ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Mall Thailand </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ระหว่างวันที่ 8 – 21 ธันวาคม 2568 ที่</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ผ่านมา ที่</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่มูลค่ารวมกว่า 6 แสนบาท อาทิ ทองคำแท่ง และ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">iPhone </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">17</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> Pro </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">รวมทั้งรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย รวมแล้วมากกว่า 430 รางวัล พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณประชาชน ตลอดจนพันธมิตรและบริษัทประกันภัยที่ให้ความสนใจ</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของโครงการ</span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ทั้งนี้ เว็บไซต์ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Mall Thailand </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ยังคงเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการอัปเดตผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างสะดวก รวมถึงมีการจัดทำบทความและเกมประกันภัยเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยควบคู่ไปกับการใช้งานแพลตฟอร์ม</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">นอกจากนี้ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ยังมีกิจกรรมสะสม </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Coin </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">เพื่อร่วมลุ้นของรางวัลกว่า 120 รางวัล ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2569 โดยผู้สนใจสามารถเข้ามาร่วมทำภารกิจรายวันเพื่อสะสม </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Coin </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">และนำไปใช้แลกรับของรางวัลหรือใช้เป็นสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลต่าง ๆ ได้ ยิ่งสะสมมาก ยิ่งมีโอกาสรับรางวัลมากขึ้น โดยผู้เข้าร่วมสามารถร่วมสนุกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยควบคู่ไปกับความสนุก</span></span></p>
<div class="s19">
<div class="s21"></div>
<p><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน คปภ. จะพัฒนา </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Insure Mall Thailand </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สร้างความเชื่อมั่น และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เข้มแข็งในโลกยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรม ข่าวสาร และร่วมสนุกพร้อมรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ที่ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">www.insuremallthailand.com</span></span></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำนักงาน คปภ. ลงพื้นที่ติดตามการจ่ายค่าสินไหมเหตุอุทกภัย เน้นย้ำบริษัทประกันภัยเร่งเยียวยาผู้เอาประกันอย่างรวดเร็วที่สุด</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/38549/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Dec 2025 16:30:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[oic]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=38549</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดประชุมติดตามเร่งรัดการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยในพื้นที่อุทกภัยในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้นายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และนางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบริหาร ร่วมตรวจติดตามข้อมูลการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัย โดยมีเป้าหมายในการเร่งรัดบริษัทประกันภัยให้พิจารณาแล้วเสร็จภายในปี 2568 โดยมีผู้บริหารของบริษัทประกันวินาศภัยที่มีปริมาณการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสูง จำนวน 27 แห่ง เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่  22 ธันวาคม 2568 ณ สำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา)</p>
<p>ผลการประชุมติดตามครั้งนี้ สามารถผลักดันให้บริษัทประกันภัยเร่งดำเนินการรับเอกสารการเรียกร้อง พิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามที่ สำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจเคยร่วมกำหนดไว้ในการประชุมครั้งก่อนหน้านี้ที่ขอให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีความเสียหายต่อรถยนต์ภายใน 7 วัน และความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบมาตรฐานภายใน 3 วัน นับแต่เอกสารครบถ้วน</p>
<p>จากการติดตามข้อมูลความเสียหายของรถยนต์ พบว่ารถยนต์ทุกคันที่บริษัทประกันภัยนำมาจอดไว้ในลานจอดถูกตรวจสอบเสร็จสิ้นครบถ้วนแล้วทั้งหมด และทุกบริษัทรับว่าจะดำเนินการแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้เอาประกันภัยทราบโดยเร็ว เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยทุกรายนำเอกสารมาติดต่อขอรับค่าสินไหมทดแทน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยที่กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ที่เสียหายสิ้นเชิงเต็มจำนวนที่ระบุไว้ตามหน้าตารางกรมธรรม์ สำหรับรถยนต์ ที่ไม่เสียหายสิ้นเชิงจะสามารถจัดซ่อมตามความเสียหายที่แท้จริงแต่ไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่ารถยนต์ขณะเกิดเหตุ โดยขอให้ทุกบริษัทสื่อสารและสร้างความเข้าใจในแนวปฏิบัติที่ถูกต้องแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่ออธิบายสร้างความเข้าใจต่อประชาชนผู้เอาประกันภัยอย่างถูกต้อง สำหรับผู้เอาประกันภัยที่แจ้งความเสียหายกับบริษัทแล้ว แต่ขาดการติดต่อเพื่อยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนกับบริษัททำให้บริษัทไม่สามารถพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้โดยเร็วนั้น สำนักงาน คปภ. ได้แจ้งให้ทุกบริษัทเร่งติดต่อให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารเพื่อประกอบการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ครบถ้วนทุกราย</p>
<p>นอกจากนี้ หลังจากการประชุม สำนักงาน คปภ. โดยผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และผู้ช่วยเลขาธิการ สายบริหาร ได้ลงพื้นที่ติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด ณ ที่ทำการสาขาของบริษัทในพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน และปรับเปลี่ยนมาตรการรองรับการให้บริการประชาชนของบริษัทประกันภัยรายบริษัทอย่างทันท่วงที              สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยมีเป้าหมายให้เร่งดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็วที่สุดภายใน 3 &#8211; 7 วันนับแต่เอกสารครบถ้วน หรือเร็วกว่านั้น เท่าที่บริษัทประกันภัยจะมีความสามารถดำเนินการได้</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
