<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คปภ</title>
	<atom:link href="https://www.businessownertv.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Jul 2026 03:46:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2022/10/cropped-Business-Owner-TV-32x32.jpg</url>
	<title>คปภ</title>
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่บุรีรัมย์ มอบนโยบายเชิงรุกยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชน</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/46921/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 03:46:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=46921</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) สำนักงาน คปภ. ภาค 4 (นครราชสีมา) สำนักงาน คปภ. ภาค 5 (อุบลราชธานี) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำการยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผ่านการป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง การเพิ่มประสิทธิ ภาพการบริหารจัดการสินไหมทดแทน และการลดจำนวนเรื่องร้องเรียนที่ประชาชนยื่นต่อสำนักงาน คปภ. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยไทยอย่างยั่งยืน</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมประกันภัยต้องร่วมกันขับเคลื่อน โดยได้มอบนโยบายให้สำนักงาน คปภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคดำเนินงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ผ่านการติดตามและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นระบบ การยกระดับมาตรฐานการให้บริการของบริษัทประกันภัยการเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน (Complaint Unit) ภายในบริษัท การกำกับดูแลด้านพฤติกรรมทางการตลาด (Market Conduct) ตลอดจนการนำข้อมูลเรื่องร้องเรียนมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการลดข้อพิพาท และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้เอาประกันภัย</p>
<p>ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้จัดโครงการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรื่องร้องเรียนและระงับข้อพิพาทด้านการประกันภัย (โครงการสัมมนาลดเรื่องร้องเรียนสัญจร) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 – 7 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนาว่า เป็นการถ่ายทอดนโยบายสู่การปฏิบัติ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัยในการป้องกันและลดข้อร้องเรียนตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพ           การพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน อันเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัยไทย ขณะที่ภายในงานยังมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรื่องร้องเรียนและระงับข้อพิพาท ด้านการประกันภัย รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>นอกจากนี้ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ร่วมกับสายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค และสำนักงาน คปภ. จังหวัดที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์เรื่องร้องเรียน ปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการสินไหมทดแทน และแนวทางยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน โดยมีการหารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การยกระดับมาตรฐานการให้บริการและการบริหารจัดการสินไหมทดแทน การเร่งรัดการพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด การเพิ่มบทบาทของหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนภายในบริษัทประกันภัย การเสริมสร้างศักยภาพของสาขาบริษัทประกันภัยในภูมิภาคให้สามารถแก้ไขปัญหาและให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนการใช้ข้อมูลเรื่องร้องเรียนเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงานและลดโอกาสการเกิดข้อพิพาทในอนาคต</p>
<p>อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของโครงการ คือ การลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทประกันภัย ณ สำนักงานสาขาในจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยคณะทำงานได้แบ่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทประกันภัยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อประเมินกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน การพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน การให้บริการประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติตามแนวทางและมาตรฐานที่สำนักงาน คปภ. กำหนด พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนากระบวนการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>การดำเนินงานครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาระบบประกันภัยไทยภายใต้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2573) ที่มุ่งยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน ควบคู่กับการส่งเสริมมาตรฐานการดำเนินธุรกิจประกันภัยให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยสำนักงาน คปภ. จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาระบบการจัดการข้อร้องเรียนการระงับข้อพิพาท และการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. เปิดโครงการ “OIC InsurTech Award 2026” ผนึก 6 พันธมิตรภาครัฐ–เอกชน–สถาบันการศึกษา ปั้น Tech Talent รุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/46607/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 15:06:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[oic]]></category>
		<category><![CDATA[OIC InsurTech Award 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว คปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=46607</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดโครงการ<strong> “</strong><strong>OIC InsurTech Award 2026” ภายใต้แนวคิด “Ready for the Future’s Emerging Risks : ก้าวข้ามขีดจำกัด รับมือความเสี่ยงอุบัติใหม่ในโลกอนาคต”</strong> ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ.โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ภาคการศึกษา และ ภาคนวัตกรรม เข้าร่วมงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech) รองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า นวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมประกันภัยอาจไม่ได้เริ่มต้นจากองค์กรขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจเกิดจากนักศึกษา Startup หรือผู้ที่มองเห็นปัญหาและกล้าคิดในสิ่งที่แตกต่าง สำนักงาน คปภ.จึงได้จัดโครงการ OIC InsurTech Award 2026 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีเปิดกว้างในการค้นหาและสนับสนุนแนวคิด เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยยกระดับระบบประกันภัยไทยให้เข้าถึงง่าย รวดเร็ว เป็นธรรม และตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยในปีนี้ได้กำหนดโจทย์การแข่งขันให้พัฒนาโซลูชั่นรองรับ 4 ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงอุบัติใหม่ (Emerging Risk) ความเสี่ยงจากสังคมสูงวัย (Aging Society Risk) ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Disaster Risk) และความเสี่ยงทางไซเบอร์ (Cyber Risk) พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เช่น AI, Big Data, IoT และภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ โดยปีนี้ได้ยกระดับจากเวทีประกวดสู่แพลตฟอร์มบ่มเพาะนวัตกรแบบครบวงจรเริ่มตั้งแต่กิจกรรม Roadshow ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การให้คำปรึกษาเชิงลึก (Consult Day) การอบรมและ พัฒนาศักยภาพ (Bootcamp) ตลอดจนการนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ ก่อนต่อยอดสู่ (After Program) การจับคู่ธุรกิจการสนับสนุนแหล่งทุน และโอกาสเข้าสู่อุตสาหกรรมประกันภัย โดยได้รับความร่วมมือจาก 6 หน่วยงานพันธมิตร ประกอบด้วย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สถาบันประกันภัยไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) รวมถึงเครือข่ายสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเสวนา 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ หัวข้อ <strong>“</strong><strong>Navigating Emerging Risks : ยกระดับประกันภัยไทยสู่ National Risk Buffer ด้วยพลัง InsurTech และคนรุ่นใหม่” โดยมี ดร.นิรัตน์ ทรัพย์ทวีธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ.</strong> ร่วมเสวนากับผู้แทนจากสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสถาบันประกันภัยไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการรับมือความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ทั้งสังคมสูงวัย ภัยพิบัติ และภัยไซเบอร์ โดยสำนักงาน คปภ. ได้สะท้อนว่า โจทย์การประกวด OIC InsurTech Award 2026 ต่อยอดจากแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ที่มุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยสู่การเป็น “National Risk Buffer” ภายใต้ยุทธศาสตร์ “อึด-รับ-ทั่ว-ล้ำ” พร้อมย้ำว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวด แต่เป็นแพลตฟอร์มบ่มเพาะนวัตกรและกลุ่ม Tech Talent อย่างครบวงจร ตั้งแต่กิจกรรม Roadshow คอร์สปูพื้นฐานออนไลน์ และการบ่มเพาะไอเดียในค่าย Bootcamp ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ก่อนส่งต่อเข้าสู่การทำงานจริงในระบบนิเวศ โดยสมาคมและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกำหนดบทบาทสนับสนุนความร่วมมือไว้อย่างเป็นระบบ โดย<strong>สมาคมประกันชีวิตไทย</strong> ร่วมแชร์ข้อมูลอินไซต์ด้านสังคมสูงวัยเพื่อชี้เป้าโจทย์การพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ ร่วมตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ และสนับสนุนโปรแกรม &#8220;Internship&#8221; เปิดโอกาสให้ผู้ชนะการประกวดเข้าฝึกงาน <strong>สมาคมประกันวินาศภัยไทย </strong>เดินสาย Roadshow พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญประกบเป็นพี่เลี้ยง (Mentor) ในรอบ Bootcamp รวมถึงส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และ<strong>สถาบันประกันภัยไทย </strong>จัดตั้งคอร์สเรียนออนไลน์ (Online Course) ปูพื้นฐานการบริหารความเสี่ยงประกันภัย และสนับสนุนรางวัลพัฒนาทักษะเครื่องมือดิจิทัลใน Bootcamp โดยมุ่งสร้างกำลังคนแห่งอนาคต (Future Workforce) ประสานงานร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ปิดพื้นที่ฝึกงานเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น</p>
<p>สำหรับการเสวนาในหัวข้อ <strong>“</strong><strong>InsurTech Ecosystem Synergy : ผนึกกำลังภาครัฐ ปลดล็อกแหล่งทุนและบ่มเพาะ Tech Talent สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” </strong>นางสาวประภาภัสร์ กุลปวโรภาส ผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโส สำนักงาน คปภ. ร่วมเสวนากับผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) โดยได้สะท้อนบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการปรับเปลี่ยนจากการเป็นหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) สู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partner) และผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem Builder) ที่พร้อมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านประกันภัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ขณะที่ <strong>TED Fund</strong> ทำหน้าที่เป็นจุดสตาร์ทต้นน้ำสำคัญ คอยสนับสนุน <strong>“ทุนตั้งไข่”</strong> และกระบวนการบ่มเพาะตั้งแต่ระยะเริ่มต้นพัฒนาแนวคิด ต้นแบบ และการพิสูจน์เทคโนโลยี (Ideation &amp; Proof of Concept) เพื่อผลักดันไอเดียของคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นชิ้นงานจริงได้สำเร็จ ในส่วนของ <strong>NIA</strong> รับช่วงต่อ ในระยะกลางน้ำ เพื่อติดอาวุธนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงลึกผ่านกระบวนการเร่งการเติบโต <strong>(Accelerator Program)</strong> ตลอดจนช่วยเปิดตลาดในวงกว้างผ่านงานจัดแสดงเทคโนโลยีระดับชาติต่าง ๆ อย่างเวที SITE (Startup x Innovation Thailand Expo) และ <strong>Depa</strong> รับไม้ต่อในระยะปลายน้ำ มุ่งส่งเสริมการขับเคลื่อนสตาร์ทอัพและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจอย่างเต็มตัว ต่อยอดสู่ระยะ <strong>Scale Up</strong> เพื่อขยายสเกลเชิงพาณิชย์ และสนับสนุนการเติบโตระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากระบบนิเวศ ที่เปิดโอกาสให้ทุกความคิดได้เติบโต โครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดนวัตกรรม แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างคนสร้างนวัตกรรม และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะร่วมกันขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทยให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ในอนาคต สำนักงาน คปภ. มุ่งหวังให้แนวคิดและผลงานของคนรุ่นใหม่ได้รับการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคธุรกิจและภาคสังคม อันจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับระบบประกันภัยไทยให้เป็นกลไกบริหารความเสี่ยง ของประเทศ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบโจทย์การดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น และขอเชิญชวนเยาวชน นิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ Startup และผู้สนใจด้านเทคโนโลยีประกันภัย สมัครเข้าร่วมโครงการ OIC InsurTech Award 2026 ระหว่างวันที่ 1–31 กรกฎาคม 2569 โดยสามารถสมัครได้ที่ https://bit.ly/4xDVmM4 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page CIT &#8211; Center of InsurTech Thailand, Instagram : citthailand หรืออีเมล oicinsurtechawardstage@gmail.com</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. ขับเคลื่อนสงขลาเมืองสร้างสรรค์อาหารระดับโลก ชวนคิด ปิดความเสี่ยง ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผ่านโครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง”</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/46118/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 05:34:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[oic]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=46118</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้าขับเคลื่อน<strong>โครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง”</strong> ในจังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค ควบคู่กับการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการท่องเที่ยวและบริการ</p>
<p>นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ที่เคยเผชิญผลกระทบจากอุทกภัยและภัยธรรมชาติหลายครั้ง ในปี 2543 และ 2553 รวมทั้งเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของอำเภอหาดใหญ่เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจบริการเป็นวงกว้าง ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง และมีการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองทรัพย์สิน อาคาร สถานประกอบการ  ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ</p>
<p>“การบริหารความเสี่ยงด้านทรัพย์สินและภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผู้ประกอบการสงขลา แต่สิ่งที่สำนักงาน คปภ. ต้องการสื่อสารในครั้งนี้ คือมิติใหม่ของการประกันภัยที่เชื่อมโยงกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยตรงเพราะในธุรกิจร้านอาหารยุคปัจจุบัน ความอร่อยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย ความรับผิดชอบ และการดูแลเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด โครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” จึงเป็นการเติมเต็มความเชื่อมั่นให้กับร้านอาหาร ควบคู่ไปกับการรักษาเสน่ห์และอัตลักษณ์ความอร่อยของอาหารสงขลา เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ” รองเลขาธิการ คปภ. กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ความพร้อมของสงขลาในการเป็นพื้นที่ในการขับเคลื่อนโครงการอยู่ในระดับสูง เนื่องจากสงขลาได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) จากความโดดเด่นด้านวัตถุดิบ อัตลักษณ์อาหาร และ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เมื่อปี 2568 และยังมีความพร้อมในด้านศักยภาพของผู้ประกอบการ เนื่องจากมีผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 7,200 ราย สูงเป็นสามลำดับแรกของจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และเป็นจังหวัดที่มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงสูงที่สุดในภาคใต้ สะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจในการเข้าถึงระบบประกันภัย โครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง”ส่งเสริมแนวคิด Embedded Insurance โดยนำความคุ้มครองประกันภัยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้บริการของร้านอาหาร ผู้บริโภค  ที่เข้าใช้บริการร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งตราสัญลักษณ์ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” หรือ “Insured Restaurant &amp; Café” จะได้รับความคุ้มครองทั้งกรณีอุบัติเหตุ และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้บริการ นอกจากนี้เพิ่มเติมด้วย ตราสัญลักษณ์ “อุ่นใจพลัส” ที่ให้ความคุ้มครองกรณีอาหารเป็นพิษ</p>
<p>“อาหารสงขลายังคงโดดเด่นด้วยรสชาติและอัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อเติมมิติด้านการคุ้มครองและความรับผิดชอบ ต่อผู้บริโภคเข้าไป จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการท่องเที่ยว อันจะเป็นอีกแรงสำคัญ ในการสนับสนุนให้สงขลาก้าวสู่การเป็นเมืองอาหารโลกที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”  รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ.ยกระดับ OIC Connect เป็น Super App พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ “My Legacy”</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/45996/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 16:26:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[Oic connect]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=45996</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ประกาศความสำเร็จ ครั้งสำคัญในการยกระดับแพลตฟอร์ม“OIC Connect” จากเครื่องมือให้บริการด้านประกันภัย<strong>สู่การเป็น “</strong><strong>Insurance Super App แห่งชาติ” ภายใต้แนวคิด “Smart Life and Smart Insurance : ครบ จบ ทุกเรื่องประกันภัยในที่เดียว”</strong> พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ <strong>“</strong><strong>My Legacy” (สืบค้นกรมธรรม์โดยทายาท)</strong> เพื่อตอกย้ำความเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ดูแลประชาชนครบทุกช่วงจังหวะชีวิตวิสัยทัศน์แห่งชาติ : ส่งต่อมรดกแห่งความห่วงใย</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวถึงทิศทางยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ว่า การยกระดับสู่ Insurance Super App คือก้าวย่างแห่งประวัติศาสตร์ที่สำนักงาน คปภ. มุ่งหวังจะเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมประกันภัยไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ การเปิดตัวบริการ My Legacy ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แต่คือการเติมเต็มวิสัยทัศน์ในการเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งชาติ” ที่ดูแลประชาชนตั้งแต่การวางแผนความคุ้มครองของตนเอง ไปจนถึงการส่งต่อผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ไปยังทายาท อย่างรวดเร็วและโปร่งใส เราต้องการให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อมรดกแห่งความห่วงใย จากผู้เอาประกันภัยไปยังคนที่รักเพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองที่สะดวกและเป็นธรรมในทุกจังหวะสำคัญของชีวิต</p>
<p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ. โดยศูนย์ Center of InsurTech, Thailand (CIT) ได้มุ่งมั่นวางรากฐานและพัฒนาแพลตฟอร์ม OIC Connect อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งชาติที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบประกันภัยไทย ด้วยการบูรณาการเชื่อมโยงระบบนิเวศข้อมูลประกันภัย ระหว่างสำนักงาน คปภ. บริษัทประกันภัย และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ การดำเนินการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric) ทำให้ภาคประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และ มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านช่องทางดิจิทัลแบบครบวงจร ส่งผลให้ OIC Connect ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากประชาชน ทั่วประเทศ โดยมีฐานผู้ใช้งานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 1.4 ล้านราย ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จในการยกระดับแพลตฟอร์มสู่การเป็น Insurance Super App ศูนย์กลางบริการด้านประกันภัยดิจิทัลที่ครอบคลุมที่สุดของประเทศ ปัจจุบันแพลตฟอร์มให้บริการหลักที่สำคัญรวม 9 บริการ ผ่าน LINE Official Account “คปภ. รอบรู้ (@OICConnect)” ได้แก่</p>
<ol>
<li>My Policy กรมธรรม์ของฉัน บริการตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยทุกประเภทจากทุกบริษัทประกันภัย ในหน้าจอเดียว ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความคุ้มครองและบริหารจัดการข้อมูลกรมธรรม์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
<li>Chatbot “คปภ. รอบรู้” ช่องทางการให้ข้อมูลคำปรึกษาเรื่องประกันภัยอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง</li>
<li>My Coverage สรุปตารางความคุ้มครองด้านการประกันภัย วิเคราะห์ภาพรวมความคุ้มครองและวางแผนการประกันภัยส่วนบุคคล</li>
<li>My Tax Benefit ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวบรวมข้อมูลเพื่อการวางแผนและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี จากประกันภัย</li>
<li>My Scores แสดงประวัติการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันภัยรถ ส่วนลดประวัติพฤติกรรมการขับขี่</li>
<li>My Agent Check บริการเช็กตัวแทน/นายหน้า หรือ ที่อยู่บริษัทประกันภัย รวมไปถึงบริการค้นหาสำนักงาน คปภ. ใกล้ฉัน OIC Locator ได้ทั่วประเทศ</li>
<li>My Case บริการติดตามเรื่องร้องเรียนแบบ Real-time เชื่อมต่อกับระบบ PPMS ให้ประชาชนเช็กสถานะได้สะดวก ซึ่งจะเห็นได้ว่าการบริการทั้งหมดจะครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ สิทธิประโยชน์ทางภาษี การตรวจสอบตัวแทนและนายหน้าประกันภัย การติดตามเรื่องร้องเรียน ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยและครอบครัว</li>
<li>OIC &amp; Insurance Locator: ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งสำนักงาน คปภ. และบริษัทประกันภัย ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ</li>
<li><strong>และบริการใหม่ล่าสุด </strong><strong>My Legacy บริการสืบค้นกรมธรรม์โดยทายาทของผู้เสียชีวิต</strong></li>
</ol>
<p>อีกหนึ่ง ไฮไลท์ของงานในวันนี้ คือการเปิดตัวบริการ “My Legacy” อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการ  นำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือปกป้องมรดกความห่วงใย บริการนี้ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทายาทโดยธรรม (บุตร ธิดา คู่สมรส) สามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ของผู้เสียชีวิต เพื่อใช้สิทธิเรียกร้องผลประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และไม่ตกหล่น โดยสำนักงาน คปภ. ได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยการพิสูจน์ตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ของ กรมการปกครอง ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล</p>
<p>นอกจากนี้ นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Super App ด้านประกันภัย กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. มีเป้าหมายหลักในการยกระดับ OIC Connect จากแพลตฟอร์มให้บริการด้านประกันภัย สู่การเป็น Insurance Super App ที่เชื่อมโยงระบบนิเวศประกันภัยไทยให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล สิทธิประโยชน์ และบริการด้านประกันภัยได้อย่างครบวงจร ในระยะต่อไปจะมีการขยายขอบเขตการบริการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ บริการแสดงข้อมูลประวัติการเคลมประกันภัยสุขภาพ และประวัติการชำระเบี้ยประกันภัย การนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ พร้อมต่อยอดการดำเนินงานผ่าน OIC Innovation Center  เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยต่อไป</p>
<p>ดังนั้น การเปิดตัว My Legacy ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มบริการใหม่บนแพลตฟอร์ม OIC Connect เท่านั้น แต่ถือเป็นก้าวย่างแห่งประวัติศาสตร์ ในการพลิกโฉมสู่การเป็น Insurance Super App แห่งชาติ อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้านประกันภัยของประเทศให้มีความแข็งแกร่งและทรงพลัง OIC Connect คือเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของสำนักงาน คปภ. ในการเชื่อมโยงระบบนิเวศประกันภัยให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล คุ้มครองสิทธิประโยชน์ และได้รับบริการที่สะดวก โปร่งใส และเป็นธรรมในทุกช่วงจังหวะของชีวิต</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. ผนึกภาคประกันภัยทั่วประเทศ ส่งต่อโลหิต ส่งต่อชีวิต ผ่านโครงการ “รวมพลังประกันภัยให้โลหิต  ปีที่ 3”</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/45962/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 07:19:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[oic]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=45962</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ.) เดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคม ผ่านโครงการ </span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">“รวมพลังประกันภัยให้โลหิต ปีที่ 3”</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> ประจำปี 2569 เชิญชวนผู้บริหาร พนักงาน ภาคธุรกิจประกันภัย</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">เครือข่ายพันธมิตร และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อชีวิตด้วยการบริจาคโลหิต ซึ่งเป็นการให้ที่ทรงคุณค่า</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">  </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">และสามารถสร้างโอกาสให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตในการรักษาพยาบาลทั่วประเทศ </span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 สำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. ได้จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ ห้องประชุมชั้น 1 สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร พนักงาน และภาคธุรกิจประกันภัยเข้าร่วมบริจาคสามารถรวบรวมโลหิตได้ 91 ยู</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">นิต</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> หรือประมาณ 39,650 ซีซี เพื่อนำส่งมอบให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สำหรับใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ </span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. เปิดเผยว่า โครงการ “รวมพลังประกันภัยให้โลหิต ปีที่ 3” เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยและเครือข่ายพันธมิตร ในการขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งเสริมการบริจาคโลหิตเพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองให้เพียงพอต่อ</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ความต้องการของระบบสาธารณสุขของประเทศ ทั้งนี้ นอกจากผลการบริจาคโลหิตจากกิจกรรมส่วนกลางแล้ว</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. ในภูมิภาคทั่วประเทศและภาคธุรกิจประกันภัย</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ยังได้ร่วมจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและพร้อมเพรียง</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15"> </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ส่งผลให้สำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. ส่วนภูมิภาค</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">สามารถรวบรวมโลหิตได้แล้วกว่า 14,346 ยู</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">นิต</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> หรือคิดเป็นปริมาณประมาณ 5,738,400 ซีซี ขณะที่ภาคธุรกิจประกันภัยร่วมบริจาคโลหิตอีก 960 ยู</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">นิต</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> หรือประมาณ 384,000 ซีซี </span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ส่งผลให้ในช่วงไตรมาส 2 ประจำปี 2569 โครงการสามารถรวบรวมโลหิตได้รวมทั้งสิ้น 6,169,650 ซีซี สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตลอดจนความเสียสละและจิตสาธารณะของบุคลากรในอุตสาหกรรมประกันภัยและประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประโยชน์แก่สังคมและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผ่านการส่งต่อโลหิตเพื่อการรักษาชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ </span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">“โครงการนี้สะท้อนบทบาทของสำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในการเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ผ่านการสร้างวัฒนธรรมแห่งการแบ่งปันและความรับ</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ผิดชอบต่อส่วนรวม โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ได้ช่วยเสริมความมั่นคงด้านโลหิตสำรองของประเทศ และร่วมสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ให้แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง” เลขาธิการ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. กล่าว</span></span></p>
<div class="s18">
<p><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ทั้งนี้ สำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. จะเดินหน้าสานต่อโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 โดยกำหนดจัดกิจกรรม</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">   </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">บริจาคโลหิตอีก 2 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 21 กันยายน 2569 และวันที่ 21 ธันวาคม 2569  ณ สำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ รวมถึงผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดู</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">นังต์</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยรับบริจาคโลหิตต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยแจ้งรหัสโครงการ 0</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">J</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">0535 เพื่อร่วมส่งต่อพลังแห่ง</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">        </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ความห่วงใยและสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่เข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน</span></span></p>
</div>
<div><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-45964" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__57630733_0-800x600.jpeg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__57630733_0-800x600.jpeg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__57630733_0-1250x938.jpeg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__57630733_0-160x120.jpeg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__57630733_0-1024x768.jpeg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__57630733_0.jpeg 1280w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /> <img decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-45965" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__8618012_0-800x533.jpeg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__8618012_0-800x533.jpeg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__8618012_0-1250x833.jpeg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__8618012_0-160x107.jpeg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__8618012_0-1024x683.jpeg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__8618012_0-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/S__8618012_0.jpeg 1566w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /> <img decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-45966" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/LINE_ALBUM_รวมพลังประกันภัยให้โลหิตปี3_260527_3-800x533.jpeg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/LINE_ALBUM_รวมพลังประกันภัยให้โลหิตปี3_260527_3-800x533.jpeg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/LINE_ALBUM_รวมพลังประกันภัยให้โลหิตปี3_260527_3-1250x833.jpeg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/LINE_ALBUM_รวมพลังประกันภัยให้โลหิตปี3_260527_3-160x107.jpeg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/LINE_ALBUM_รวมพลังประกันภัยให้โลหิตปี3_260527_3-1024x682.jpeg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/06/LINE_ALBUM_รวมพลังประกันภัยให้โลหิตปี3_260527_3.jpeg 1280w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. เผยสถิติตัวแทนนายหน้าประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดา และนายหน้าประกันภัยนิติบุคคลปี 2568 และไตรมาส 1/2569</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/45372/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 03:40:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=45372</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยรายงานสถิติ ตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดา และนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล ปี 2568 และไตรมาส 1/2569  โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 พบว่า มีตัวแทนประกันภัยจำนวน 244,048 ราย สำนักงานตัวแทนประกันภัยจำนวน  2,318 แห่ง นายหน้าประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดาจำนวน 321,759 ราย และนายหน้าประกันภัยนิติบุคคลจำนวน 736 บริษัท ทั้งนี้ โครงสร้างของผู้ได้รับใบอนุญาตมีความแตกต่างกันตามลักษณะการประกอบธุรกิจ กล่าวคือ ตัวแทนประกันภัยมีสัดส่วน ในธุรกิจประกันชีวิตมากกว่า ขณะที่นายหน้าประกันภัยทั้งประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมีสัดส่วนในธุรกิจประกันวินาศภัยมากกว่า</p>
<p>สำหรับภาพรวมการขอรับใบอนุญาตของตัวแทน/นายหน้าประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดา ในปี 2568 พบว่า มีจำนวนรวม 104,884 ราย ลดลงจากปีก่อน คิดเป็น -11.31% โดยลดลงในทุกประเภทใบอนุญาต และแนวโน้มดังกล่าวยังปรากฏต่อเนื่องในไตรมาส 1/2569 ซึ่งมีจำนวนการขอรับใบอนุญาต รวม 19,408 ราย ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น -13.40% สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเข้าสู่อาชีพตัวแทน/นายหน้าประกันภัยรายใหม่ที่ลดลง ขณะที่การขอต่ออายุใบอนุญาตของตัวแทน/นายหน้าประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดายังคงเพิ่มขึ้น โดยปี 2568 มีจำนวนรวม 175,401 ราย  เพิ่มขึ้นจากปีก่อน คิดเป็น +7.44% และในไตรมาส 1/2569 มีจำนวนรวม 43,897 ราย เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน  คิดเป็น +11.97% สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่มีใบอนุญาตอยู่แล้วยังคงรักษาสถานะใบอนุญาตและอยู่ในระบบ อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล ปี 2568 มีการขอรับใบอนุญาตใหม่จำนวน 28 บริษัท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนคิดเป็น +64.71% ขณะที่การขอต่ออายุใบอนุญาตมีจำนวน 193 บริษัท ลดลงจากปีก่อน คิดเป็น -40.80% สำหรับไตรมาส 1/2569 มีนิติบุคคลขอรับใบอนุญาตจำนวน 9 บริษัท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น +28.57% และมีการ ขอต่ออายุใบอนุญาตจำนวน 38 บริษัท เพิ่มขึ้น คิดเป็น +5.56%</p>
<p>นอกจากนี้ ในปี 2568 ยังมีผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตจากนายหน้าประกันภัย เป็นตัวแทนประกันภัยรวมทั้งสิ้น 884 ราย แบ่งเป็นการเปลี่ยนเป็นตัวแทนประกันชีวิตจำนวน 839 ราย และตัวแทนประกันวินาศภัยจำนวน 45 ราย สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบอาชีพของคนกลางประกันภัยตามโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. ร่วมขับเคลื่อนกับ ปปง. เตรียมความพร้อมประเทศรับการประเมินตามมาตรฐานสากล ด้าน AML/CFT ของประเทศไทย</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/45151/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 16:40:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[oic]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=45151</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิกา [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นผู้แทนสำนักงาน คปภ. เข้าร่วม <strong>โครงการเตรียมความพร้อมเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้าน </strong><strong>AML/CFT ของประเทศไทย </strong>ซึ่งจัดโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมีพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อบูรณาการความร่วมมือและเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ก่อนเข้ารับการประเมินตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงิน  แก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (AML/CFT/CPF)</p>
<p>สำหรับโครงการที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยก่อนเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ซึ่งมีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของระบบการเงินและเศรษฐกิจของประเทศ โดยประเทศไทยในฐานะสมาชิกของกลุ่มต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิก (Asia/Pacific Group on Money Laundering : APG) มีกำหนดเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้าน AML/CFT ของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force : FATF) ในปี 2571 ซึ่งการประเมินดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนประสิทธิภาพของระบบกฎหมาย การกำกับดูแล และกลไกบริหารความเสี่ยงของประเทศ อันมีผลต่อความเชื่อมั่นของระบบการเงิน การลงทุน และภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีสากล</p>
<p>สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลภาคธุรกิจประกันภัย มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลให้บริษัทประกันชีวิตและ  บริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีระบบบริหารความเสี่ยงและมาตรการภายในที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ด้าน AML/CFT/CPF อาทิ การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD/KYC) การติดตามความสัมพันธ์ทางธุรกิจ การรายงานธุรกรรมต่อสำนักงาน ปปง. และการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันมิให้ภาคธุรกิจประกันภัยถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำความผิดทางการเงิน อันเป็นการยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และ ความน่าเชื่อถือของระบบประกันภัยไทยในระยะยาว นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ.ยังดำเนินการกำกับดูแลภาคธุรกิจประกันภัยผ่านหลักเกณฑ์ด้านการกำกับกิจการที่ดี การควบคุมภายใน การกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) และการบริหาร  ความเสี่ยงแบบองค์รวม (Enterprise Risk Management) รวมถึงกำกับกระบวนการรับ &#8211; จ่ายเงิน การตรวจสอบคุณสมบัติผู้บริหาร ตลอดจนการกำกับดูแลตัวแทนและนายหน้าประกันภัย เพื่อป้องกันมิให้ภาคธุรกิจประกันภัยถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินหรือสนับสนุนกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และเสถียรภาพของระบบประกันภัยไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล</p>
<p>ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. และสำนักงาน ปปง.มีความร่วมมือด้านการกำกับดูแลและการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างเตรียมการลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการกำกับดูแลผู้ประกอบ ธุรกิจประกันภัยเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ภายในปี 2569 เพื่อเสริมสร้างกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับความเสี่ยงทางการเงินรูปแบบใหม่ได้อย่างเท่าทัน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. ยกระดับ “Insurefluencer the new GEN 2026” จุดพลังคนรุ่นใหม่ สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินผ่านสื่อสร้างสรรค์</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/44977/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:55:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=44977</guid>

					<description><![CDATA[นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า โครงการ <strong>“ยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่ (</strong><strong>Insurefluencer the new GEN)”</strong> เริ่มดำเนินโครงการครั้งแรกในปี 2568 สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 และ    ระดับอาชีวศึกษา (ปวช.1–3) ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างคึกคักจากสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยมีโรงเรียนและสถานศึกษาเข้าร่วมกว่า 210 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังและศักยภาพของเยาวชนไทยในการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประกันภัยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์ ทันสมัย และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เยาวชนที่เข้าร่วมได้ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านประกันภัยในหลากหลายรูปแบบ ทั้งคลิปวิดีโอ คอนเทนต์ออนไลน์ กิจกรรมรณรงค์ในโรงเรียนและชุมชน ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงินสู่คนรอบตัว ก่อให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ด้านประกันภัยในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยขยายการรับรู้เรื่องประกันภัยไปสู่สังคมในวงกว้างอย่างมีคุณภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” ให้แก่เยาวชนไทยตั้งแต่ระดับรากฐาน จากความสำเร็จดังกล่าว สำนักงาน คปภ. จึงเดินหน้าต่อยอดสู่โครงการ “Insurefluencer the new GEN 2026” ขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนต้นแบบด้านการสื่อสารประกันภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านประกันภัยให้เข้าถึงเยาวชนไทยได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น</p>
<p>โครงการดังกล่าว มุ่งส่งเสริมให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจด้านการประกันภัย ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในรูปแบบ Boot Camp พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพการเป็น “Insurefluencer” ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยง การวางแผนทางการเงิน และการประกันภัยไปสู่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคม ผ่านมุมมองและรูปแบบการสื่อสารที่ทันสมัย สอดรับกับวิถีของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล</p>
<p>เบื้องต้น สำนักงาน คปภ. ได้ลงพื้นที่นำร่องจัดกิจกรรม ณ โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม จังหวัดลำปาง และโรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม จังหวัดสุโขทัย โดยได้รับความสนใจจากนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคักรวมกันกว่า 300 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เยาวชนได้ร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ฝึกคิด ฝึกสื่อสาร และเรียนรู้การประยุกต์ใช้ความรู้ด้านประกันภัยกับชีวิตประจำวัน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ต่อการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมแสดงศักยภาพในการต่อยอดองค์ความรู้สู่การเป็น “นักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่”ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สู่คนรอบข้างและชุมชนได้อย่าง   มีประสิทธิภาพ โดยสำนักงาน คปภ. มีแผนลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้กับโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ</p>
<p>สำหรับกิจกรรมในโครงการดังกล่าว กำหนดให้โรงเรียนและสถานศึกษาที่เข้าร่วมจะต้องจัดอบรมความรู้ด้านประกันภัยให้แก่นักเรียน นักศึกษา ไม่น้อยกว่า 100 คน ควบคู่กับกิจกรรมฐานการเรียนรู้ อาทิ เทคนิคการเป็นนักสื่อสารประกันภัย ความรู้ด้านไมโครอินชัวรันส์ ประกันภัยรถยนต์ บทบาทของสำนักงาน คปภ. และความรู้ด้านการประกันภัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้เข้าสู่การเรียนการสอน และต่อยอดกิจกรรมสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินกิจกรรมในรูปแบบ E-book หรือ PDF พร้อมคลิปวิดีโอสรุปผลงานความยาว 3–5 นาที เพื่อส่งเข้าประกวด ในระดับภาค/กรุงเทพมหานคร และระดับประเทศ โดยกำหนดส่งผลงานภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 และประกาศผลภายในเดือนสิงหาคม 2569  ทั้งนี้ เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากคุณภาพของกิจกรรม Boot Camp ความถูกต้องของเนื้อหา ความคิดสร้างสรรค์ การมีส่วนร่วมของนักเรียน การสื่อสารประชาสัมพันธ์ และแนวทางการต่อยอดความยั่งยืนของกิจกรรมสู่ชุมชน รวมคะแนนทั้งสิ้น 100 คะแนน โดยผู้ชนะระดับประเทศจะได้รับทุนพัฒนาการศึกษาสูงสุด 80,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและ  e-Certificate ในงานพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569</p>
<p>รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ “Insurefluencer the new GEN 2026” ไม่เพียงเป็นเวทีประกวดแข่งขัน แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ เสริมทักษะการสื่อสาร และสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้เยาวชนไทย ผ่านการเรียนรู้ด้านประกันภัยอย่างเข้าใจง่าย สนุก และเข้าถึงได้ เพื่อพัฒนาเยาวชนให้ก้าวสู่การเป็น “นักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่” ที่สามารถใช้พลังของสื่อและเทคโนโลยีสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. ติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบความขัดแย้งตะวันออกกลางต่อภาคประกันภัยไทยอย่างใกล้ชิด</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/44902/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 17:56:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=44902</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านราคาพลังงาน ความผันผวนของตลาดทุนและตลาดการเงินโลก ตลอดจนต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผ่านมายังภาคธุรกิจประกันภัยไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินมาตรการติดตามเชิงรุกและประเมินผลกระทบต่อภาคธุรกิจประกันภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถกำกับดูแลและรักษาเสถียรภาพของระบบประกันภัยไทยได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที</p>
<p>นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกผ่านหลายช่องทาง ทั้งด้านราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน ภาวะตลาดการเงินโลก และความผันผวนของตลาดทุน     ซึ่งอาจส่งผ่านมายังภาคธุรกิจประกันภัยไทยในหลายมิติ ทั้งด้านรายได้ที่อาจชะลอตัว ต้นทุนค่าสินไหมทดแทนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากราคาพลังงาน ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าซ่อมแซม และค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน สภาพคล่อง และต้นทุนการประกันภัยต่อจากผลกระทบของตลาดประกันภัยต่อโลก (Global Reinsurance Market) ซึ่งมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะคัดเลือกรับความเสี่ยงเข้มงวดขึ้น (Selective Hardening)</p>
<p>ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ประเมินว่า แนวโน้มผลประกอบการของธุรกิจประกันภัยไทยในปี 2569 อาจมีการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรวมชะลอลงจากประมาณการเดิม จากแรงกดดันของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่อ่อนแอลงและความผันผวนของตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม ประกันสุขภาพยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความตระหนักด้านสุขภาพของประชาชน แม้อาจเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านค่ารักษาพยาบาลและต้นทุนเวชภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ในด้านฐานะความมั่นคงทางการเงิน ภาคธุรกิจประกันภัยไทยโดยรวมยังคงมีความมั่นคงและสามารถรองรับความผันผวนจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกได้ โดยข้อมูล ณ ไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่า บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) อยู่ที่ร้อยละ 442.4 และ 367.2 ตามลำดับ ซึ่งยังสูงกว่าระดับที่สำนักงาน คปภ. กำหนดไว้ที่ร้อยละ 140 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของฐานะเงินกองทุนของภาคธุรกิจประกันภัยไทยและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ในระดับที่เหมาะสม</p>
<p>เลขาธิการ คปภ.กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ.ได้ดำเนินการประเมินผลกระทบต่อฐานะความมั่นคงของ ภาคธุรกิจประกันภัยภายใต้สถานการณ์จำลอง (Internal Stress Test Scenario) ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยครอบคลุมความเสี่ยงจากการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร การลดลงของมูลค่าตราสารทุน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ส่งผลต่อต้นทุนค่าสินไหมทดแทน รวมถึงผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัยสงครามและตลาดประกันภัยต่อจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยผลการทดสอบสะท้อนว่า บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยส่วนใหญ่ยังคงมีระดับเงินกองทุนสูงกว่าเกณฑ์การกำกับดูแลอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินการทดสอบด้านสภาพคล่อง (Liquidity Test)ทั้งในระยะสั้นและระยะกลางถึงระยะยาว ซึ่งผลการประเมินพบว่า ภาพรวมบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอรองรับภาระผูกพัน และสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้ในระดับที่เหมาะสม โดยในระยะต่อไป สำนักงาน คปภ. จะยังคงติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนสูงและอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ภาวะตลาดทุน ต้นทุนการรับประกันภัย ตลอดจนโครงสร้างของตลาดประกันภัยต่อโลก ซึ่งมีแนวโน้มคัดเลือกรับความเสี่ยงเข้มงวดขึ้นและส่งผลต่อต้นทุนการรับประกันภัยต่อ โดยอาจส่งผ่านมายังแนวโน้มการดำเนินธุรกิจประกันภัยไทยในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การขนส่งทางทะเลการบิน พลังงาน ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก รวมถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะตลาดการเงิน</p>
<p>“สำนักงาน คปภ. ขอยืนยันว่า ระบบประกันภัยไทยยังคงมีความมั่นคงแข็งแกร่งและสามารถรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกได้ โดยขอให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยมั่นใจว่า บริษัทประกันภัยไทยยังมีฐานะเงินกองทุนและสภาพคล่อง อยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานการกำกับดูแลอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงศักยภาพในการรองรับความเสี่ยงและความสามารถในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล จะดำเนินมาตรการติดตามเชิงรุก วิเคราะห์สถานการณ์จำลอง (Stress Test) และติดตามบริษัทประกันภัยที่มีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบประกันภัยไทย เสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัย และสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกันภัยสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและสร้างหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. เปิดเวที ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2026 ปีที่ 2</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/44786/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 16:45:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[เลขาธิการ คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=44786</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิกา [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2026 ณ โรงแรม Hotel Nikko Bangkok กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดโดยสำนักงาน คปภ. โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ร่วมกับกองทุนประกันชีวิต และสมาคมประกันชีวิตไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ผู้บริหารจากภาคธุรกิจประกันชีวิต สมาคมประกันชีวิต และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากประเทศไทย ประเทศสมาชิกอาเซียน ตลอดจนพันธมิตรระดับโลกจากสาธารณรัฐเกาหลีและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าร่วมแลกเปลี่ยน องค์ความรู้และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์ของสำนักงาน คปภ. ในการ ต่อยอดความสำเร็จของโครงการ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อยกระดับการพัฒนาระบบประกันชีวิต ในภูมิภาคให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคสังคมสูงวัย ภายใต้หัวข้อ “The Longevity Frontier: Navigating the Future of Wellness” ซึ่งมุ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นย้ำว่า ภาคธุรกิจประกันภัยจำเป็นต้องยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย ไปสู่การเป็น “National Risk Buffer” หรือกลไกสำคัญในการรองรับความเสี่ยงของประเทศ และร่วมสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่ส่งเสริมทั้งสุขภาวะทางกาย (physical wellness) และ       ความมั่นคงทางการเงิน (financial security) ของประชาชนในระยะยาว</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ (ALIP) เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) โดยสำนักงาน คปภ. เชื่อมั่นว่า “การกำกับดูแล” และ “การพัฒนา” ต้องดำเนินควบคู่กัน ผ่านแนวคิด Collaborative Shield หรือเกราะความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้นวัตกรรมสามารถตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะ ในขณะที่ระบบกำกับดูแลสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันต่อบริบทความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมตั้งเป้าให้ ALIP เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยง Friendship and Connection ไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง Insurance Community ของภูมิภาคอาเซียนให้เข้มแข็งร่วมกัน โดยในปีนี้ได้ขยายขอบเขตความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลกจากสาธารณรัฐเกาหลีและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ซึ่งช่วยยกระดับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบประกันชีวิตอาเซียนให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป</p>
<p>สำหรับโครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ (ALIP) 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 โดยตลอดระยะเวลา 5 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบเข้มข้น ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจประกันชีวิตในยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้ 4 Modules ประกอบด้วย <strong>Module 1 Global Landscape &amp; Strategic Outlook</strong> การวิเคราะห์ภูมิทัศน์โลกและทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจประกันชีวิต <strong>Module 2 Emerging Risk &amp; Resilience </strong>การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของ<strong>องค์กร </strong><strong>Module 3 Technology &amp; Customer Transformation</strong> การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และ <strong>Module 4 Leadership &amp; Human Capital Strategy</strong> การพัฒนาภาวะผู้นำและกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบครบทุกมิติ ทั้งการบรรยาย การอภิปราย การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาดูงานระบบประกันภัยและระบบสุขภาพของประเทศไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ เพื่อร่วมระดมความคิดและออกแบบแนวทางการพัฒนาระบบประกันชีวิตในระดับภูมิภาค โดยยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากหลากหลายสาขาวิชามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนผ่านของธุรกิจประกันชีวิตในบริบทโลกใหม่ การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลและ  ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบประกันภัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว</p>
<p>โครงการ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) จึงไม่ได้เป็นเพียงหลักสูตรพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในอุตสาหกรรมประกันชีวิต แต่เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือและการร่วมออกแบบอนาคตของระบบประกันชีวิตในระดับอาเซียน และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันออกแบบอนาคตของระบบประกันภัยที่ตอบโจทย์ประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างระบบประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น พร้อมรองรับสังคมสูงวัย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัยในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน</p>
<p>“ปัจจุบันสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ได้ยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมประกันภัยของภูมิภาค ครอบคลุมทั้งการพัฒนาหลักสูตร การจัดทำฐานข้อมูลเชิงนโยบาย ตลอดจนการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและการสนับสนุน InsurTech Startup เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมประกันภัยในอนาคต โดยโครงการ ALIP จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างกลไกความร่วมมือระยะยาว การพัฒนาบุคลากร และการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับภาคธุรกิจประกันภัยในระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อประเทศสมาชิกและประชาชนในภูมิภาคในระยะยาว” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
