<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวคปภ.</title>
	<atom:link href="https://www.businessownertv.com/tag/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Apr 2026 07:06:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2022/10/cropped-Business-Owner-TV-32x32.jpg</url>
	<title>ข่าวคปภ.</title>
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เลขาธิการ คปภ. ต้อนรับคณะผู้แทนญี่ปุ่น มอบนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย สู่ความโปร่งใส ยั่งยืน และสอดคล้องมาตรฐานสากล</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/43695/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 07:06:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=43695</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="s18"><span class="s15"><span class="bumpedFont15">เมื่อวันที่ </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">24 </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">เมษายน </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">2569 </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">คปภ.)</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นำโดย</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">นายคะจิวาระ โทรุ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเศรษฐกิจ) และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15"> พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัทประกันภัยญี่ปุ่นที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">บริษัท</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด (ประเทศไทย)</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">บริษัท</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">บริษัท</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">และ</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">    </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">บริษัท</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เข้าพบนายชูฉัตร ประมูลผล</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">เลขาธิการ คปภ. เพื่อหารือแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ณ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร</span></span></p>
<p class="s18"><span class="s15"><span class="bumpedFont15">ในการนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้มอบนโยบายสำคัญ โดยเน้นย้ำการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และสามารถรองรับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ผ่านแนวทางการกำกับดูแลเชิงความเสี่ยง (</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Risk-Based Supervision) </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">และ</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">        </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">การยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัทประกันภัย เพื่อให้สามารถคุ้มครองผู้เอาประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">              </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">โดย</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">  </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน คปภ.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลไกตลาดให้สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง อาทิ การส่งเสริมรูปแบบการประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ และการพัฒนาโครงสร้างส่วนลดประวัติดี (</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">No-Claim Bonus) </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">เพื่อจูงใจให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">ที่ปลอดภัย รวมถึงการนำระบบ </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Co-payment </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">มาใช้ในประกันสุขภาพ เพื่อช่วยบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">ควบคู่กับการพัฒนาฐานข้อมูลสุขภาพระดับประเทศเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายในระยะยาว</span></span></p>
<p class="s18"><span class="s15"><span class="bumpedFont15">ในด้านการกำกับดูแล</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15"> คปภ. อยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องมือกำกับดูแลสมัยใหม่ อาทิ การบูรณาการข้อมูลจาก </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Enterprise Risk Management (ERM) </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">และ </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Own Risk and Solvency Assessment (ORSA) </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">รวมถึงการพัฒนา</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Risk Heatmap </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">เพื่อยกระดับการกำกับดูแลเชิงคาดการณ์ และพิจารณานำแนวคิดการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยงและคุณภาพธรรมาภิบาล </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">(</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Risk-</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">B</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">ased </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">G</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">rading </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">F</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">ramework) </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">มาใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย</span></span></p>
<p class="s18"><span class="s15"><span class="bumpedFont15">นอกจากนี้ </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">คปภ. ยังได้ชี้แจงทิศทางการปรับปรุงกฎเกณฑ์สำคัญ อาทิ การกำหนดให้การชำระเบี้ยประกันภัยต้องดำเนินการโดยตรงระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงจากการดำเนินการของตัวกลาง </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">  </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">ซึ่งมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในปี </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">2570 </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงกระบวนการ </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Product Governance </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">         </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">โดยยังคงรักษามาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">สำหรับประเด็นความเสี่ยงจากภัยพิบัติ </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">คปภ. อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบประกันภัย อาทิ การพัฒนากลไกกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ หรือรูปแบบการกระจายความเสี่ยงในระดับอุตสาหกรรม เพื่อรองรับความสูญเสียจากเหตุการณ์ขนาดใหญ่และเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบในระยะยาว</span></span></p>
<div class="s18"><span class="s15"><span class="bumpedFont15">“</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">การหารือในครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่าง คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยของประเทศญี่ปุ่น โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันพิจารณาใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ระบบการชำระเบี้ยประกันภัย (</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Insurance Premium Payment System) </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">การกำกับดูแลและธรรมาภิบาลของธุรกิจประกันภัย (</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Governance Regulations) </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">และการบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">Disaster Risk Management)</span></span> <span class="s15"><span class="bumpedFont15">สำนักงาน คปภ. ยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">           </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">พร้อมส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกันภัยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่กับการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">” </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">เลขาธิการ</span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15"> คปภ. </span></span><span class="s15"><span class="bumpedFont15">กล่าวในตอนท้าย</span></span></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. เปิดผลศึกษาแผนยุทธศาสตร์ประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจของไทย  มุ่งยกระดับการเข้าถึงและเสริมความมั่นคงระบบสุขภาพประเทศ</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/43576/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 17:33:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=43576</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดงานสัมมนา <strong>“ผลการศึกษาโครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจของไทย”</strong> เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบประกันภัยสุขภาพของประเทศในระยะยาว โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย ภาคสาธารณสุข และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เข้าร่วม ณ โรงแรมจูบิลี เพรสทีจ กรุงเทพมหานคร</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว เป็นการต่อยอดบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการกำกับและพัฒนาระบบประกันภัยของประเทศ โดยมุ่งยกระดับ <strong>“ประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจ”</strong> ให้เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน และเป็นส่วนเสริมของระบบสุขภาพภาครัฐ เพื่อให้สามารถรองรับความท้าทายในอนาคต   ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยการดำเนินโครงการดังกล่าวมีที่มาจากความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในการศึกษาวิจัยเชิงนโยบาย เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างและภูมิทัศน์ของระบบประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจของประเทศไทย โดยมุ่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ควบคู่กับการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนที่นำทาง (Roadmap) เพื่อบูรณาการระบบประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจให้เชื่อมโยงกับระบบสวัสดิการภาครัฐ และยกระดับ การเข้าถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ จากบริบทที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ ส่งผลให้การบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงได้ร่วมกับ TDRI ดำเนินการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาระบบประกันภัยสุขภาพให้มีความครอบคลุม เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ แผนยุทธศาสตร์ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของระบบ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย และภาคสาธารณสุข ในการผลักดัน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>การจัดสัมมนาในครั้งนี้จึงถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลการศึกษาและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจของประเทศอย่างเหมาะสม โดยในระยะต่อไป ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการมีทางเลือกด้านประกันภัยสุขภาพที่หลากหลาย เข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายขึ้นได้รับความเป็นธรรมด้านราคา และสามารถใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้าง   ความมั่นคงทางการเงินได้อย่างยั่งยืน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่กระบี่ ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน บูรณาการความร่วมมือช่วง 7 วันอันตราย</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/43364/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 15:44:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=43364</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย นางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และนายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบริหาร ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อตรวจเยี่ยมการให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณการจราจรทั้งทางถนนและทางทะเลเพิ่มสูงขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงให้ความสำคัญในการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความคุ้มครอง ด้านการประกันภัยอย่างทั่วถึงและทันท่วงที</p>
<p>ในการนี้ เลขาธิการ คปภ. และคณะ ได้เดินทางไปยังจุดตรวจและจุดบริการประชาชน ซึ่งบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 จังหวัดกระบี่ รวมทั้งหน่วยงาน  ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาคธุรกิจประกันภัย ชมรมประกันวินาศภัย สมาคมประกันชีวิต และภาคีเครือข่าย โดยได้ร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมมอบน้ำดื่มและสิ่งของอุปโภคบริโภค ที่จำเป็น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และสนับสนุนการบูรณาการด้านการอำนวยความสะดวกและดูแล ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 หรือ  “7 วันอันตราย” อันเป็นการดำเนินมาตรการเชิงรุกในการลดอุบัติเหตุทางถนน ควบคู่กับการสร้างความตระหนักในการ ทำประกันภัย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>จากนั้น เลขาธิการ คปภ. ได้เดินทางไปยังสำนักงาน คปภ. จังหวัดกระบี่ เพื่อตรวจเยี่ยมพร้อมเข้าร่วมประชุมรับฟังสรุป   ผลการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดกระบี่ พร้อมมอบนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยในระดับพื้นที่ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของประชาชน การยกระดับคุณภาพการให้บริการ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย โดยมี นายธนาศักดิ์ จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) และนางสาวอรอุมา ศรีสุด ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าร่วมประชุมด้วย โดยได้มีการถ่ายทอดการมอบนโยบายผ่านระบบออนไลน์ (Online) ไปยังสำนักงาน คปภ. จังหวัดในสังกัดสำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคสามารถรับฟังแนวทางการดำเนินงานได้พร้อมกัน อันเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมและขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีใจความสำคัญว่า “ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในระดับสูง โดยในแต่ละปีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2,000 ครั้งทั่วประเทศ สำนักงาน คปภ.จึงให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นหลักประกันพื้นฐาน และประกันภัยภาคสมัครใจที่ช่วยเพิ่มความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำให้สำนักงาน คปภ. ส่วนภูมิภาคทุกแห่งดูแลและให้คำแนะนำแก่ประชาชน  ด้านการประกันภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการให้ข้อมูลสิทธิประโยชน์ การเข้าถึงความคุ้มครอง และแนวทางการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสมและทันท่วงที”</p>
<p>ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย และสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงของประเทศ โดยมุ่งให้ระบบประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งในการลดความสูญเสียและสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชน</p>
<p>สำนักงาน คปภ. ขอเชิญชวนประชาชนให้ตรวจสอบความคุ้มครองประกันภัยก่อนการเดินทาง และใช้ประกันภัย เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างความอุ่นใจตลอดการเดินทางในช่วงเทศกาล พร้อมขอให้ประชาชนเดินทางใช้รถ  ใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง มีประกันภัยดูแลตลอดการเดินทาง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านการประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือผ่านช่องทาง LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้สิทธิด้านการประกันภัยได้อย่างสะดวกและครบถ้วน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่อุดรธานี ประชุมติดตามสถานการณ์สงกรานต์ 2569 บูรณาการลดอุบัติเหตุ พร้อมหนุนประกันภัยดูแลประชาชน</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/43337/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 14:53:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=43337</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และนายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบริหาร ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามสถานการณ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 และ การเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านการประกันภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ จังหวัดอุดรธานีถือเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีปริมาณการเดินทางของประชาชนทั้งในพื้นที่และข้ามจังหวัดเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาล รวมถึงเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียงและพื้นที่ชายแดน ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ในระดับสูง สำนักงาน คปภ. จึงให้ความสำคัญในการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงาของหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองด้านการประกันภัยอย่างทั่วถึงและทันท่วงที</p>
<p>ในการนี้ ได้เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภายใต้การบูรณาการของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 จังหวัดอุดรธานี โดยมี นางสาวปรียดา พ่อค้าช้าง ผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) นางพานทิพย์ บุญศรี ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัด (ใหญ่) ขอนแก่น และนางสาวพร้อมพรรณ ดีเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัด (ใหญ่) อุดรธานี   พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดในสังกัดภาค 3 เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงาน ติดตามสถานการณ์ และกำหนดมาตรการเชิงรุกในการดูแลประชาชนทั้งด้านการป้องกันอุบัติเหตุ ตลอดจนการคุ้มครองด้านการประกันภัยให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่</p>
<p>โอกาสนี้ ได้ถ่ายทอดการมอบนโยบายผ่านระบบออนไลน์ (Online) ไปยังสำนักงาน คปภ. จังหวัดในสังกัดสำนักงาน คปภ.ภาค 3 (ขอนแก่น) เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคสามารถรับฟังแนวทางการดำเนินงานได้พร้อมกัน โดยมุ่งเน้นการตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 รวมทั้งการติดตามผลการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ.จังหวัดในสังกัด เพื่อให้การดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยและการให้บริการประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงาน คปภ.</p>
<p>จากนั้น ได้เดินทางจากสำนักงาน คปภ. จังหวัดอุดรธานี ไปตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เพื่อรับฟังการรายงานสถานการณ์และติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ก่อนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน ณ เทศบาลตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี โดยได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจ พร้อมมอบน้ำดื่มและสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแล ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์</p>
<p>สำนักงาน คปภ.แนะนำให้ประชาชนเตรียมความพร้อมด้านการประกันภัยก่อนการเดินทาง โดยตรวจสอบความคุ้มครองให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับการใช้งาน พร้อมใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุไม่คาดคิดในช่วงเทศกาล ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านการประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือช่องทาง LINE Official Account @OICCONNECT ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านการประกันภัยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. ผนึกภาคประกันภัย รุกสงกรานต์ ยกระดับความปลอดภัยคนไทย 3 มิติ</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42936/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2026 06:00:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กิจกรรม-CSR]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สงกรานต์69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42936</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 สำนักงาน คปภ. ผนึกกำลังภาคอุต [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 สำนักงาน คปภ. ผนึกกำลังภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการส่งเสริมการประกันภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด <strong>“สงกรานต์สุขกายใจ เดินทางปลอดภัย ให้ประกันภัยร่วมดูแล”</strong> เพื่อยกระดับการรับรู้และสร้างหลักประกันความอุ่นใจให้กับประชาชน ผ่านบทบาทของระบบประกันภัยที่ดูแลอย่างรอบด้าน  ณ อาคารสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร</p>
<p>นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก ทั้งการกลับภูมิลำเนาและการท่องเที่ยว ส่งผลให้ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังเป็นเทศกาลที่มีวันสำคัญอื่น ๆ ได้แก่วันครอบครัว และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ดังนั้น การส่งเสริมให้การประกันภัยมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเป็นกลไกหลักในการสร้างหลักประกันความมั่นคงและเสริมความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในภาพรวม จึงมีความสำคัญ และสำนักงาน คปภ. จึงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก มุ่งยกระดับการเข้าถึงระบบประกันภัยให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และเป็นธรรมยิ่งขึ้น เพื่อให้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและพึ่งพาได้อย่างแท้จริง พร้อมผลักดันการเตรียมความพร้อมใน 3 มิติหลักอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>มิติแรก</strong> <strong>เน้นความพร้อมด้านสุขภาพกายและใจ</strong> ชี้โรคไม่ติดต่อและอุบัติเหตุยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของคนไทย พร้อมรณรงค์ดูแลสุขภาพตามหลัก “5 อ.” พร้อมต่อยอด <strong>“อ.ที่ 6 อินชัวรันส์”</strong> หรือการประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยง ด้านค่ารักษาพยาบาล โดยจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น ให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และมอบสิทธิ์ตรวจสุขภาพฟรีผ่านเครือข่ายทั่วประเทศ <strong>มิติที่สอง</strong> มุ่งยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง หลังสถิติอุบัติเหตุช่วง “7 วันอันตราย” เพิ่มสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด พร้อมเน้นย้ำการตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง และการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยกิจกรรมวันนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ร่วมกับบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ให้บริการตรวจสภาพรถ เปลี่ยนหลอดไฟและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี ควบคู่ผลักดันให้ประชาชนทำประกันภัย พ.ร.บ. และส่งเสริมประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ พร้อมกันนี้ สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานภาคีเครือข่ายของศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยทางถนน กระทรวงมหาดไทย ได้ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งจะตรงกับวันที่ 10 &#8211; 16 เมษายน 2569 โดยสำนักงาน คปภ. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่าระบบประกันภัยจะมีส่วนสำคัญในการดูแลทุกท่าน   หากเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บ และ<strong>มิติที่สาม</strong> ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินและการวางแผนชีวิตในระยะยาว สอดรับสังคมผู้สูงอายุของไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยส่งเสริมความรู้ด้านการออม การลงทุน การประกันชีวิต และการประกันสุขภาพ เพื่อรองรับการเกษียณอย่างมีคุณภาพ พร้อมเปิดบริการตรวจข้อมูลเครดิตฟรี โดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนประเมินสุขภาพทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังมอบ <strong>“ของขวัญปีใหม่ไทย”</strong>     ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันภัยราคาประหยัด 2 รูปแบบ ได้แก่ <strong>“ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ”</strong> <strong>เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 10 บาท คุ้มครองสูงสุด 250</strong><strong>,000 บาท</strong> และ <strong>“ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ”</strong> <strong>เบี้ยประกันภัยเพียง 10 บาท คุ้มครองสูงสุด 30</strong><strong>,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน</strong> เปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้<strong>ตั้งแต่ 31 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายน 2569</strong> ผ่านเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ</p>
<p>ขณะเดียวกัน เพื่อขยายผลการรณรงค์จาก <strong>“ความปลอดภัย” สู่ “การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน”</strong> สำนักงาน คปภ. ยังได้เดินหน้าส่งเสริมพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การดูแลสุขภาพของประชาชน จึงขอเชิญชวนร่วมกิจกรรม <strong>“ประหยัดพลังงานเสริมสร้างสุขภาพ”</strong> ผ่าน Facebook สำนักงาน คปภ. ภาค ทั้ง 9 แห่ง เพียงโพสต์ภาพหรือวิดีโอที่สะท้อนการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน พร้อมติดแฮชแท็ก #คปภ และ #ประหยัดพลังงานเสริมสร้างสุขภาพ เพื่อลุ้นรับของรางวัลอาทิ บัตรกำนัลฉีดวัคซีน และกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์</p>
<p>“การขับเคลื่อนดังกล่าวสะท้อนบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการยกระดับระบบประกันภัยให้เป็นกลไกสำคัญในการดูแลประชาชน สร้างความอุ่นใจ ควบคู่การส่งเสริมความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในทุกมิติของช่วงเทศกาลสำคัญ” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ.จัดโครงการสัมมนาลดเรื่องร้องเรียนสัญจร ประจำปี 2569 เร่งยกระดับคุ้มครองผู้เอาประกันภัย ปรับแนวคิดสู่ “ป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ”</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42888/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 18:25:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42888</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิด “<strong>โครงการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรื่องร้องเรียนและระงับข้อพิพาท ด้านการประกันภัย” หรือ โครงการสัมมนาลดเรื่องร้องเรียนสัญจร ประจำปี 2569</strong> ซึ่งจัดโดยสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ในรูปแบบ Hybrid ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร และพนักงานของสำนักงาน คปภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันวินาศภัย และผู้แทนของสมาคมประกันวินาศภัยไทย กว่า 200 คน เข้าร่วมสัมมนาอย่างพร้อมเพรียง โดยเลขาธิการ คปภ.จะเปิดโครงการสัมมนาพร้อมมอบนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพแก่ผู้บริหารของบริษัทประกันวินาศภัยต่อด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อให้ภาคธุรกิจประกันภัยได้ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาในประเด็นสำคัญ และแนวทางแก้ไข เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการลดเรื่องร้องเรียนที่ยื่นต่อสำนักงาน คปภ. ลงอย่างน้อยร้อยละ 15</p>
<p>เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัยถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ควบคู่กับการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยให้มีความมั่นคงและได้มาตรฐาน สำหรับในปี 2569 จะเป็นปีแรกของการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการแก้ไขปัญหาที่ปลายน้ำ ซึ่งเป็นการเร่งรัดจัดการเรื่องร้องเรียนภายหลังเกิดปัญหา ไปสู่การป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ แต่จากข้อมูลการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงาน คปภ.ในปี 2568 พบว่า มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทประกันวินาศภัยถึง 13,327 เรื่อง โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยรถยนต์ โดยเฉพาะการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ซึ่งเรื่องร้องเรียนลักษณะดังกล่าวส่งผลต่อภาคธุรกิจประกันภัย ในเรื่องภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของบริษัทประกันภัย สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องยกระดับการบริหารจัดการอย่างจริงจัง โดยจะกำหนด ให้บริษัทประกันภัยยกระดับกระบวนการพิจารณาสินไหมทดแทนและมาตรฐานการให้บริการอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงหน่วยงานทบทวนผลการพิจารณาภายในบริษัท (Complaint Unit) จะเป็นกุญแจสำคัญในการกลั่นกรองและพิจารณาข้อเรียกร้องอย่างรอบด้าน โดยบริษัทจะต้องกำหนดตัวชี้วัด (KPI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรื่องร้องเรียน ควบคู่กับการกำหนดและกำกับติดตามมาตรฐานระยะเวลาการให้บริการ (SLA) อย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและลดโอกาสการเกิดเรื่องร้องเรียนมายังสำนักงาน คปภ.อย่างเป็นระบบ ในขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. จะยกระดับการกำกับดูแลผ่านมาตรการตรวจสอบเชิงลึก (On-site Inspection) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและร่วมกันกับภาคธุรกิจเพื่อหาแนวทางในการดำเนินการที่ครบถ้วน ถูกต้อง ในกรณีที่พบว่าบริษัทประกันภัยมีเรื่องร้องเรียนในลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะกำหนดให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของบริษัทตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำกับการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม และการประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงินของ บริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2562 ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะนำมาตรการกำกับเข้มข้นมาใช้กับบริษัทที่มีปัญหาด้านการให้บริการหรือมีเรื่องร้องเรียนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การสั่งเพิ่มเงินกองทุน เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัย การจำกัดการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจที่เกินศักยภาพ การจำกัดการขยายสาขา เพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการ และการลงโทษปรับทางพินัย ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังมีแผนสำคัญในการยกระดับความโปร่งใส โดยจะนำ “Rating Score” ของ  แต่ละบริษัทประกันภัยมาเผยแพร่ Public Dashboard ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง ซึ่งจะสะท้อนผลการดำเนินงานด้านการดูแลลูกค้าและการจัดการเรื่องร้องเรียนของแต่ละบริษัทอย่างชัดเจน โดยสำนักงาน คปภ. จะกำกับติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ หากบริษัทประกันภัยใดดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ตัวชี้วัด (KPI) และมาตรฐานระยะเวลาการให้บริการ (SLA) ที่บริษัทกำหนด สำนักงาน คปภ. จะกำกับและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป</p>
<p>การสัมมนาครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการถ่ายทอดนโยบายไปสู่ภาคธุรกิจประกันภัย ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ผู้แทนบริษัทประกันวินาศภัยร่วมสะท้อนปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อกำหนดแนวทางการลดเรื่องร้องเรียนร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์นิธิพร ไตรทิพเทวินทร์ เป็นวิทยากรบรรยายและดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ช่วงบ่าย ในหัวข้อการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรื่องร้องเรียนและการระงับข้อพิพาทด้านการประกันภัย เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาในประเด็นสำคัญ และพัฒนาแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง</p>
<p>“ข้อสรุปที่สำนักงาน คปภ. ได้รับจากการระดมความคิดเห็นครั้งนี้ จะนำไปสู่การหารือร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยอีกครั้งจนตกผลึก เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการกระบวนการสินไหม และการออกแบบมาตรฐานการสื่อสารกับลูกค้า  ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นำไปสู่การลดเรื่องร้องเรียนอย่างยั่งยืน สร้างระบบประกันภัยไทยที่มั่นคง โปร่งใส และเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ โครงการ ลดเรื่องร้องเรียนสัญจร จะขยายการดำเนินงานไปยังส่วนภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อเดินหน้ารับฟังปัญหาในแต่ละพื้นที่ และติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนากระบวนการจัดการสินไหมทดแทนและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ อันจะนำไปสู่การยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน  ต่อระบบประกันภัยไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. ปักหมุดเชียงใหม่! ดัน “ร้านอาหารอุ่นใจฯ” ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย สร้างเกราะคุ้มครองผู้บริโภค หนุนเศรษฐกิจบริการโตยั่งยืน</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42594/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 17:31:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42594</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เร่งเครื่องขับเคลื่อนนโยบายประกันภัยเชิงรุก ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเกมรุกผลักดัน <strong>“โครงการร้านอาหารอุ่นใจ  มีประกันภัยคุ้มครอง”</strong> อย่างเต็มรูปแบบ ณ ภัตตาคารเจี่ยท้งเฮง สาขาฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของธุรกิจร้านอาหารไทย ควบคู่การสร้าง “เกราะความคุ้มครอง”  ให้แก่ผู้บริโภค และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของภาคบริการในระยะยาว โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับและร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับพื้นที่ สะท้อนพลังบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ พร้อมตอกย้ำบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจบริการของภาคเหนือ และพื้นที่นำร่องสำคัญในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจอาหารควบคู่ระบบประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การเงิน และธุรกิจประกันภัยของภาคเหนือ อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 13,200 ราย ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือและอยู่ในลำดับที่ 3 ของประเทศ สะท้อนศักยภาพในการเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนโครงการสำนักงาน คปภ. จึงมุ่งขยายการเข้าถึงระบบประกันภัยให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแนวคิด “Embedded Insurance” หรือการผนวกประกันภัยเข้ากับสินค้าและบริการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองได้สะดวกและเป็นส่วนหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน โดยภาคธุรกิจร้านอาหารนับเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันแนวคิดดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากเหตุไม่คาดคิดที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของร้านอาหาร ขณะเดียวกันช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเลือกรูปแบบความคุ้มครองต่อผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกที่ครอบคลุม ความคุ้มครองอาหารเป็นพิษ ซึ่งจะได้รับตราสัญลักษณ์ในรูปแบบ “ร้านอาหารอุ่นใจมีประกันภัยคุ้มครอง Insured Restaurant and Café Plus” ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศ ผ่านการจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการยกระดับมาตรฐานธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง โดยจะมีกิจกรรมต่อเนื่องที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนมีนาคมและจังหวัดขอนแก่นในเดือนมิถุนายนต่อไป</p>
<p>ภายในงานยังจัดให้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยกระดับร้านอาหารสู่ความสำเร็จ สูตรสำเร็จจากมืออาชีพ” โดยเชฟแบงค์ นายพงศกร เจียรสาธิต ทายาทรุ่นที่ 3 ของภัตตาคารเจี่ยท้งเฮง ซึ่งได้ถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่องโดย “เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมให้แก่ลูกค้า ทั้งในมิติของอัตลักษณ์ของร้าน บรรยากาศ การบริการ และคุณภาพอาหาร ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนให้ธุรกิจ” ต่อเนื่องด้วยเวทีเสวนาในหัวข้อ “Customer Journey : เมื่อเส้นทางที่ลูกค้าคาดหวังมีมากกว่าความอร่อย ชวนคิด ปิดความเสี่ยง” โดย ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้สะท้อนว่า “เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการและธุรกิจร้านอาหารเป็นหลัก การบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยจึงมีบทบาทสำคัญ โดยผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจทั้งความถี่และความรุนแรงของความเสี่ยง ศึกษารายละเอียดกรมธรรม์อย่างรอบด้าน และมีพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็ง ทั้งบริษัทประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันภัย เพื่อรองรับความไม่แน่นอนและเสริมความมั่นคงในระยะยาว ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ยังมีความพร้อมในการร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ร่วมกับสำนักงาน คปภ.”</p>
<p>ด้านนายอรัญ ศรีว่องไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย เน้นย้ำถึง “ความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจร้านอาหาร พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งมีค่าเบี้ยประกันภัยในระดับที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับความอุ่นใจและความคุ้มครองที่ได้รับ โดยผู้ประกอบการ ควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และความคุ้มครองอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด”</p>
<p>ขณะที่ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย มองว่า “บทบาทของนายหน้าประกันภัยจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการให้คำปรึกษาและถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้อง ครอบคลุมทั้งประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและผลิตภัณฑ์ประกันภัยอื่นที่เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงของผู้ประกอบการ” เช่นเดียวกับ นางพิมพ์มาดา กรรณกุลสุนทร ผู้ก่อตั้งและเจ้าของร้านอาหาร Redbox เชียงใหม่ ที่สะท้อนมุมมองว่า การบริหารความเสี่ยงของธุรกิจร้านอาหารควรดำเนินควบคู่กันทั้งในส่วนที่สามารถจัดการได้ภายใน ผ่านมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดี และการถ่ายโอน ความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัย ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงด้านอาคารและทรัพย์สิน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ ตลอดจนความเสี่ยงต่อลูกค้าและบุคคลภายนอกที่มาใช้บริการ”</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงผู้ประกอบการร้านอาหารกับภาคธุรกิจประกันภัยอย่างเป็นระบบ สร้างเครือข่ายความร่วมมือสู่การปฏิบัติจริง โดยมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างล้นหลาม และตัดสินใจ ทำประกัน “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” อย่างคึกคัก สะท้อนการตื่นตัวของภาคธุรกิจในการยกระดับมาตรฐานและบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจัง</p>
<p>“โครงการนี้จึงเป็นการตอกย้ำความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงของร้านอาหารเพื่อส่งมอบประสบการณืที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจทุกมื้อและอุ่นใจทุกครั้งที่ใช้บริการ โดยความสำเร็จของโครงการเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของ ทุกภาคส่วน ทั้งสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัย และหอการค้าในระดับพื้นที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน” รองเลขาธิการ คปภ. กล่าว</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำนักงาน คปภ. ได้รับผลการประเมินความเสี่ยงการทุจริต ระดับ “ดีเยี่ยม (Excellent)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42331/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 06:50:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42331</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ.) ได้รับผลการประเมิน</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ความเสี่ยงการทุจริตประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในระดับ </span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">“ดีเยี่ยม (</span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">Excellent)”</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">ตามเกณฑ์การประเมินเชิงคุณภาพ </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">   </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ผ่านระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต (</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">Corruption Risk Management Systems: CRMS) </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ซึ่งจัดโดย</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15"> </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)</span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">เลขาธิการ</span></span> <span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ.)  เปิดเผยว่า การเข้าร่วมการประเมินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างระบบบริหารจัดการภายในให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดโอกาสเกิดความเสี่ยงด้านการทุจริตในทุกระดับ โดยสำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงการทุจริตในด้าน</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">  </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">การใช้จ่ายงบประมาณ ภายใต้ </span></span><span class="s17"><span class="bumpedFont15">“โครงการจ้างเหมาบริการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ระยะเวลา 3 ปี”</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการภาครัฐที่โปร่งใสและเป็นธรรม ตลอดจนการพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</span></span></p>
<p class="s18"><span class="s16"><span class="bumpedFont15">“ผลการประเมินระดับดีเยี่ยมนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของสำนักงาน </span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">คป</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภ. ในการดำเนินงานด้วยหลัก</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ธรรมา</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">ภิ</span></span><span class="s16"><span class="bumpedFont15">บาล โปร่งใส และยึดมั่นในค่านิยมสุจริต เพื่อพัฒนาการให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจประกันภัยอย่างยั่งยืน”</span></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. เร่งขับเคลื่อนระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42294/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 15:01:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42294</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์  [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมส่งเสริมความรู้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 4 สำหรับบุคลากรสถานพยาบาลในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีผู้บริหารและบุคลากรของสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนจากจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดตาก จังหวัดพิจิตร จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสุโขทัย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ และ จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าร่วมการอบรมกว่า 350 คน ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>การจัดอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน คปภ. กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ภาคธุรกิจประกันภัย และสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับกระบวนการยื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัล “e-Claim Award” ให้แก่สถานพยาบาลที่มีผลการดำเนินงานด้านการยื่นคำร้องผ่านระบบ e-Claim อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาการให้บริการแก่ผู้ประสบภัยจากรถ</p>
<p>นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กล่าวว่า การจัดโครงการอบรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เพื่อยกระดับระบบการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้ปรับเปลี่ยนช่องทางการยื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นของสถานพยาบาลผ่านระบบ e-Claim เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยบริการทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ได้จัดโครงการอบรมครอบคลุมบุคลากรสถานพยาบาลในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้การยื่นคำร้องและการเบิกจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดอย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการอบรมดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต่อมาได้จัดในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 และภาคกลางรวมภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการจัดอบรมในครั้งนี้นับเป็น ครั้งที่ 4 สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ และจะมีการจัดอบรมครั้งสุดท้ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 3 เมษายน 2569 เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ</p>
<p>นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างหลักประกันด้านความปลอดภัยและการเยียวยาให้แก่ประชาชน เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ประสบภัยควรได้รับการรักษาพยาบาลและความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งสอดคล้องกับหลักการสำคัญของกฎหมายที่ยึดแนวคิด <strong>“ช่วยเหลือก่อน พิสูจน์ภายหลัง”</strong>  อันเป็นหัวใจของระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของประเทศไทย ขณะเดียวกัน สถานพยาบาลถือเป็นกลไกด่านหน้าที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ประสบภัยจากรถสามารถเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายได้อย่างแท้จริง การจัดอบรมในครั้งนี้จึงมุ่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขความคุ้มครองและแนวทางการใช้สิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือประกันภัย พ.ร.บ.เพื่อให้บุคลากรสถานพยาบาลสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ประสบภัยได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งดำเนินการยื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีเอกสารครบถ้วน นอกจากนี้ การพัฒนาช่องทางการยื่นคำร้องผ่านระบบ e-Claim ยังถือเป็นก้าวสำคัญ ในการยกระดับการให้บริการภาครัฐในยุคดิจิทัล ช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงานและทำให้การเบิกจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป้าหมายสำคัญ คือ ผู้ประสบภัยจากรถต้องเข้าถึงการรักษาได้ทันที ใช้สิทธิได้จริง และสถานพยาบาลสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วในระบบเดียวกันทั่วประเทศ</p>
<p>สำนักงาน คปภ. ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานทางการแพทย์ทั่วประเทศ ควบคู่กับการยกระดับกระบวนการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและการดำเนินงานให้เป็นระบบเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียง“การเข้าถึงสิทธิ” แต่คือการทำให้สิทธินั้นเกิดขึ้นได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ประสบภัยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยไม่สะดุด  เรื่องค่าใช้จ่าย ขณะที่สถานพยาบาลสามารถดำเนินการเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใสในมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ การขับเคลื่อนดังกล่าวสะท้อนบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการเป็น <strong>“กลไกหลักของระบบบริหารความเสี่ยงของประเทศ”</strong> ที่ไม่เพียงคุ้มครองประชาชนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด แต่ยังยกระดับโครงสร้างระบบประกันภัยไทยให้มีความทันสมัย เชื่อมโยง และพร้อมรองรับ  ความเสี่ยงในอนาคตอย่างยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือผ่านช่องทาง LINE Official Account “คปภ. รอบรู้” รวมถึงระบบ Chatbot ของสำนักงาน คปภ. เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน หรือสามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ทาง Facebook เพจ “กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ”และ “oicthailand”</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คปภ. หนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เตรียมภาคประกันภัยรองรับการบริหารค่าใช้จ่ายสุขภาพ พร้อมแนะประชาชนเลือกแผนความคุ้มครองอย่างเหมาะสม</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42107/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 16:45:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[คปภ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน คปภ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42107</guid>

					<description><![CDATA[นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. เดินหน้าสนับสนุนโครงการ <strong>“สุขกาย สบายกระเป๋า”</strong> ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของภาคประชาชน พร้อมส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สถานการณ์ค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยอย่างเหมาะสม</p>
<p>ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลการรับประกันภัยสุขภาพ สำนักงาน คปภ. พบว่ามีประเด็นปัญหาสำคัญ ดังนี้</p>
<ul>
<li>ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นส่วนของค่ายาและเวชภัณฑ์ถึงกว่า 30% โดยช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงสุดถึง 25% ต่อปี</li>
<li>การทำประกันภัยสุขภาพมี 2 รูปแบบคือ ประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคล และประกันภัยสุขภาพกลุ่ม โดยพบว่า ผู้เอาประกันภัยมักจะมีการซื้อแผนความคุ้มครองที่มีวงเงินความคุ้มครองที่ค่อนข้างสูง เพื่อให้เพียงพอตามอัตราเงินเฟ้อในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยอยู่ในระดับสูงและอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระเบี้ยในระยะยาว</li>
<li>กรณีที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบเฉพาะให้นำใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาเองจากร้านขายยา พบว่ายาบางชนิด ที่แพทย์สั่งจะเป็นยาเฉพาะ ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป ส่งผลให้ประชาชนไม่มีทางเลือกจึงต้องรับยาจากทางโรงพยาบาล</li>
</ul>
<p>ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้มีการหารือกับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อร่วมกันสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยได้กำหนดเงื่อนไขในความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เป็นทางเลือกให้มีความคุ้มครองที่รองรับการนำใบสั่งยาจากแพทย์และสามารถไปซื้อยาที่ร้านขายยาได้ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยไม่จำเป็นต้องเลือกแผนความคุ้มครองที่สูงเกินความจำเป็น  ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัยอายุ 31 – 35 ปี จากเดิมเลือกซื้อแผน OPD วงเงินคุ้มครอง 3,000 บาทต่อครั้งเบี้ยประกันภัย 9,365 บาทต่อปี หากปรับลดวงเงินเหลือ 1,500 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัยจะอยู่ที่ 4,683 บาทต่อปี ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะมีทางเลือกยืดหยุ่นมากขึ้นในการเลือกรับยาจากสถานพยาบาล หรือ ขอใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาที่ร้านขายยา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าได้ ทำให้ผู้เอาประกันภัยสามารถบริหารวงเงินความคุ้มครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงกรณีที่เป็นการทำประกันภัยสุขภาพกลุ่ม หากนายจ้างต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายในเรื่องค่ารักษาพยาบาล ของลูกจ้าง สามารถบริหารจัดการโดยจำกัดแผน OPD ที่มีวงเงินประกันภัยที่ไม่สูงมากได้ นอกจากนี้ หากต้องการได้รับส่วนลด ค่าเบี้ยประกันภัยก็สามารถเลือกแผนประกันภัยที่มีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) หรือความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพิ่มเติมได้</p>
<p>สำนักงาน คปภ. ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ให้กับ   ผู้เอาประกันภัยในอนาคตว่าไม่จำเป็นต้องเลือกแผนประกันภัยที่สูงเกินความจำเป็น และส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยมีความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ทำให้ระบบประกันภัยมีความยืดหยุ่น โปร่งใส ให้ประชาชนทุกคนได้มีเครื่องมือบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสุขภาพ ช่วยลดภาระทางการเงิน และสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
