<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์</title>
	<atom:link href="https://www.businessownertv.com/category/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7-%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Jun 2026 18:44:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2022/10/cropped-Business-Owner-TV-32x32.jpg</url>
	<title>ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์</title>
	<link>https://www.businessownertv.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อโกด้า เผยอินไซต์การท่องเที่ยวครึ่งปีแรก พ.ศ. 2569 ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วเอเชีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ และจีน ครองสามอันดับแรก</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/46071/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 18:44:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=46071</guid>

					<description><![CDATA[อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยข้อมูลเ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศไทยสำหรับช่วงครึ่งปีแรกของพ.ศ. 2569 โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569 สำหรับการเข้าพักในช่วงวันที่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีพ.ศ. 2568 ข้อมูลของอโกด้าชี้ให้เห็นว่ามาเลเซียครองอันดับหนึ่งในแง่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจเดินทางมาไทย ตามด้วยเกาหลีใต้ จีน อินเดีย และญี่ปุ่น ตามลำดับ ทั้งนี้จีนไต่อันดับขึ้นมาจากอันดับที่เจ็ดในปีพ.ศ. 2568 มาอยู่ที่อันดับสามในปีพ.ศ. 2569 โดยมีการเติบโตของยอดค้นหาบนแพลตฟอร์มสูงถึง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ความหลากหลายของนักเดินทางห้าอันดับแรกนี้สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของประเทศไทยที่ดึงดูดนักเดินทางจากทุกมุมของทวีปเอเชียได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ข้อมูลของอโกด้ายังชี้ให้เห็นอีกว่านักเดินทางชาติอื่น ๆ ในเอเชียก็ยังคงให้ความสนใจประเทศไทย โดยมีสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และอินโดนีเซีย รวมเป็น 9 อันดับแรกของนักเดินทางจากต่างประเทศที่สนใจเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยไม่ได้ดึงดูดนักเดินทางจากเพียงภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง แต่ครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ ทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่นักเดินทางจากทั่วเอเชียเลือกเดินทางอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>เมื่อมองจุดหมายปลายทางภายในประเทศที่นักเดินทางค้นหามากที่สุด กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ยังคงครองสามอันดับแรกบนแพลตฟอร์มอโกด้า สะท้อนความนิยมอย่างต่อเนื่องของสามจุดหมายปลายทางหลักของไทย เชียงใหม่ตามมาเป็นอันดับสี่ โดยยอดค้นหาสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่มีอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือของประเทศ ขณะที่หัวหิน/ชะอำ ติดอันดับห้า ในฐานะจุดหมายปลายทางชายทะเลที่สงบ อีกทั้งยังเดินทางได้สะดวกจากกรุงเทพฯ</p>
<p>นอกเหนือจากอันดับที่กล่าวมาข้างต้น ข้อมูลยังสะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางกำลังมองหาประสบการณ์เส้นทางยอดนิยมใหม่ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย โดยจุดหมายปลายทางอย่างเขาใหญ่ กาญจนบุรี และนครนายก ต่างติดอยู่ในยี่สิบอันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน จุดหมายปลายทางสำหรับเที่ยวทะเลอย่างกระบี่ เกาะสมุย เกาะเสม็ด และเกาะเต่า ยังคงรักษาตำแหน่งในอันดับต้น ๆ ได้อย่างเหนียวแน่น แสดงให้เห็นว่าเสน่ห์ชายทะเลของไทยยังคงอยู่ในใจของนักเดินทาง ภาพรวมของยี่สิบอันดับแรกนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยมีสิ่งที่ตอบโจทย์นักเดินทางได้ทุกรูปแบบอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>นางสาวอรรคพร รอดคง</strong><strong>, ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า</strong> กล่าวว่า &#8220;เทรนด์ที่เราเห็นในช่วงครึ่งปีแรกของพ.ศ. 2569 ยิ่งตอกย้ำสิ่งที่เราเชื่อมั่นมาโดยตลอดเกี่ยวกับบทบาทของประเทศไทยในภูมิภาค ความหลากหลายของนักเดินทางที่เดินทางมาไทยคือสัญญาณของจุดหมายปลายทางที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงบทบาทของอโกด้าในฐานะแพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักเดินทางได้ค้นพบมิติใหม่ของประเทศไทยที่ไกลกว่าจุดหมายปลายทางที่คุ้นเคย เราขอยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและในการเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้คนได้เห็นโลกกว้างในราคาที่คุ้มค่า&#8221;</p>
<p>ด้วยตัวเลือกที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมท่องเที่ยวอีกกว่า 300,000 รายการ อโกด้าช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนและจองทุกส่วนของการเดินทางได้ครบจบในที่เดียว แอปพลิเคชันอโกด้าคือเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกทริป พร้อมดีลสุดคุ้มที่หาไม่ได้จากที่ไหน เริ่มวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปได้เลยที่ <a href="http://www.agoda.com">www.agoda.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อโกด้าเผยเที่ยวบินคุ้มค่าช่วงฤดูฝน: ภูเก็ต–กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 เส้นทางบินราคาประหยัดที่สุดในเอเชีย เริ่มต้นเพียง 327 บาท</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/45541/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 04:53:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=45541</guid>

					<description><![CDATA[อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวเผยเส้นทางบินใน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวเผยเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศที่มีราคาประหยัดที่สุดทั่วเอเชียสำหรับช่วงฤดูฝนนี้ อ้างอิงจากการราคาจองตั๋วเครื่องบินแบบเที่ยวเดียว ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2569 สำหรับการเดินทางระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม พ.ศ. 2569 พบว่าประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านความคุ้มค่าของเส้นทางในประเทศ โดยเส้นทางภูเก็ต–กรุงเทพฯ มีราคาเริ่มต้นเพียง 327 บาท และสำหรับเส้นทางระหว่างประเทศ นักเดินทางชาวไทยสามารถบินจากภูเก็ตไปสิงคโปร์ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 751 บาท สำหรับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย เส้นทางปูซาน–เกาะเชจูเป็นเส้นทางในประเทศของเกาหลีใต้ที่ประหยัดที่สุดด้วยราคาเริ่มต้นที่ 261 บาท ขณะที่เส้นทางโตเกียว–ไทเปคว้าอันดับ 1 เส้นทางระหว่างประเทศที่ราคาประหยัดที่สุด โดยเริ่มที่ 196 บาท</p>
<p>ฤดูฝนในประเทศไทยมาพร้อมกับสภาพอากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อน ซึ่งมีอุณหภูมิที่เย็นลง ส่งผลให้นักเดินทางมีแรงบันดาลใจในการออกเดินทาง ข้อมูลล่าสุดจากอโกด้าได้รวบรวมเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศที่มีราคาประหยัดที่สุดของฤดูกาลนี้ เพื่อช่วยให้นักเดินทางได้พิจารณาตัวเลือกการเดินทางได้อย่างคุ้มค่าที่สุด</p>
<p>สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่ต้องการเลือกเที่ยวบินในประเทศช่วงนี้ เส้นทางภูเก็ต–กรุงเทพฯ ครองอันดับหนึ่งด้านความคุ้มค่า ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 327 บาท ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นมหานครที่ไม่เคยหลับใหล เต็มไปด้วยกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ อาหารริมทางชื่อดังระดับโลก ไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืนที่คึกคัก ไปจนถึงการช้อปปิ้งที่มีตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าหรูหราไปจนถึงตลาดนัดที่สุดจะคึกคัก ทั้งนี้ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมตรงกับฤดูฝนของไทย ซึ่งเป็นช่วงที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ความต้องการที่น้อยลงก็มักนำมาซึ่งราคาตั๋วที่ลดลงเช่นเดียวกัน</p>
<p>หากมองไปยังระดับภูมิภาค เส้นทางปูซาน–เกาะเชจูของเกาหลีใต้ครองอันดับหนึ่งเส้นทางบินในประเทศที่ราคาประหยัดที่สุดจากทั้ง 8 ประเทศที่อโกด้าได้ทำการสำรวจ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 261 บาท เส้นทางราคาราคาประหยัดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์–ปีนัง เริ่มต้น 327 บาท บังกาลอร์–กัว เริ่มต้น 719 บาท โฮจิมินห์ซิตี้–ตุยฮวา (ฝูเยียน) เริ่มต้น 784 บาท ฟุกุโอกะ–โตเกียว เริ่มต้น 817 บาท จาการ์ตา–บันดาร์ลัมปุง เริ่มต้น 1,013 บาท และไทจง–เผิงหู เริ่มต้น 1,372 บาท</p>
<p>สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่ต้องการไปต่างประเทศในช่วงฤดูฝนนี้ เส้นทางภูเก็ต–สิงคโปร์คือมีความโดดเด่นมากที่สุด ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 751 บาท ทำให้สนามบินชางงีเข้าถึงได้ง่ายด้วยราคาที่ประหยัด ทั้งนี้สิงคโปร์ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมตลอดกาลสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ด้วยสิทธิ์เข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า มีเมนูอาหารชื่อดังระดับโลก และการช้อปปิ้งแบบปลอดภาษี สำหรับระดับภูมิภาค เส้นทางโตเกียว–ไทเปคว้าอันดับ 1 เส้นทางบินระหว่างประเทศที่ราคาถูกที่สุด เริ่มต้นที่ 196 บาท เส้นทางระหว่างประเทศที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ เปกันบารู–กัวลาลัมเปอร์ เริ่มต้น 523 บาท กัวลาลัมเปอร์–สิงคโปร์ เริ่มต้น 555 บาท ไทเป–โอซาก้า เริ่มต้น 1,078 บาท ปูซาน–ฟุกุโอกะ เริ่มต้น 1,111 บาท โฮจิมินห์ซิตี้–กัวลาลัมเปอร์ เริ่มต้น 1,111 บาท และนิวเดลี–ธากา เริ่มต้น 1,732 บาท</p>
<p><strong>นางสาวอรรคพร รอดคง</strong><strong>, ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า กล่าวว่า </strong>&#8220;นักเดินทางชาวไทยถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ให้ความสำคัญด้านความคุ้มค่ามากที่สุดในเอเชีย และข้อมูลในครั้งนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี พันธกิจของอโกด้าคือการช่วยให้นักเดินทางได้สำรวจโลกในราคาที่เข้าถึงได้ ผ่านตัวเลือกเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมที่ราคาเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจองเที่ยวบิน โรงแรม แคมเปญต่าง ๆ หรือการสะสมคูปองบนแพลตฟอร์ม ทั้งหมดนี้ทำให้นักเดินทางชาวไทยพร้อมเดินทางอย่างคุ้มค่าในทุกทริปมากกว่าที่เคย&#8221;</p>
<p>ด้วยเส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง ที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่ง และกิจกรรมท่องเที่ยวกว่า 300,000 รายการ อโกด้าช่วยให้นักเดินทางสามารถรวบรวมการจองทุกส่วนของการเดินทางได้ครบจบในแพลตฟอร์มเดียวอย่างสะดวกสบาย เพื่อวันหยุดที่น่าประทับใจ ค้นหาดีลที่ดีที่สุดได้บนแอปพลิเคชันอโกด้า และเยี่ยมชม Agoda.com เพื่อวางแผนทริปในฝันของคุณ</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Traveloka จับมือ Resorts World Sentosa ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบครบวงจรสำหรับนักเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/44691/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 18:32:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[Resorts World Sentosa]]></category>
		<category><![CDATA[RWS]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Traveloka]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=44691</guid>

					<description><![CDATA[Traveloka แพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจร [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Traveloka แพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) กับ Resorts World Sentosa (RWS) จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ระดับแนวหน้าของสิงคโปร์ ณ สำนักงานใหญ่ของ Traveloka ในเมืองวางแผนพัฒนา (BSD City) ประเทศอินโดนีเซีย ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยช่วยให้นักเดินทางสามารถค้นหา วางแผน และจองประสบการณ์ต่าง ๆ ของ RWS ได้อย่างราบรื่นผ่านแพลตฟอร์มของ Traveloka</p>
<p>ข้อมูลจาก Traveloka ระบุว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 <strong>ประเทศไทยติดอันดับ </strong><strong>1 </strong><strong>ใน </strong><strong>3 </strong><strong>ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่สิงคโปร์</strong> สะท้อนถึงแนวโน้มการเดินทางภายในภูมิภาคที่แข็งแกร่ง และตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะตลาดนักท่องเที่ยวสำคัญของสิงคโปร์</p>
<p>ขณะเดียวกัน <strong>สิงคโปร์ยังคงติดอันดับ </strong><strong>10 </strong><strong>จุดหมายปลายทางต่างประเทศยอดนิยมของผู้ใช้งาน </strong><strong>Traveloka </strong><strong>ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง</strong> โดยในปี 2569 จนถึงปัจจุบัน Universal Studios Singapore และ Singapore Oceanarium ซึ่งตั้งอยู่ภายใน Resorts World Sentosa เป็นสองสถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์ที่มีการค้นหาสูงที่สุดบนแพลตฟอร์ม Traveloka นอกจากนี้ <strong>ยอดค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวภายใน </strong><strong>RWS </strong><strong>บน </strong><strong>Traveloka </strong><strong>ในเดือนกุมภาพันธ์ </strong><strong>2569 </strong><strong>เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน</strong> สะท้อนถึงความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มองหาทริประยะใกล้ที่รวมทั้งการพักผ่อน ความบันเทิง และกิจกรรมสำหรับครอบครัวไว้ในจุดหมายปลายทางเดียว</p>
<p><strong>ไป๋ตี้ หลี่ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพาณิชย์ </strong><strong>Traveloka</strong> กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้ต่อยอดความร่วมมือกับ Resorts World Sentosa เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกและครบวงจรยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้งานของเรา Traveloka ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อนักเดินทางหลายล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย เข้ากับประสบการณ์คุณภาพระดับพรีเมียมผ่านโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การร่วมมือกับ Traveloka ช่วยให้พันธมิตรระดับโลกอย่าง RWS สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความตั้งใจเดินทางสูง พร้อมรับประโยชน์จากระบบแนะนำแบบเฉพาะบุคคลและเส้นทางการจองแบบครบวงจรที่ช่วยเพิ่มทั้งการมองเห็นและโอกาสทางรายได้ ขณะเดียวกัน เรายังคงมุ่งพัฒนาประสบการณ์การค้นหาและการเข้าถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวที่คัดสรรมาอย่างดีทั่วภูมิภาค พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้กับระบบนิเวศการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง”</p>
<p>แม้ Universal Studios Singapore ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของความต้องการประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร ที่ผสานการรับประทานอาหาร ช้อปปิ้ง และความบันเทิงไว้ในจุดหมายปลายทางเดียว เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในการเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ที่ Universal Studios Singapore, Singapore Oceanarium, Adventure Cove Waterpark รวมถึงร้านอาหารและกิจกรรมไลฟ์สไตล์หลากหลายภายใน Resorts World Sentosa</p>
<p>RWS พร้อมตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวด้วยที่พักระดับพรีเมียม อาทิ The Laurus, Equarius Hotel และ Hotel Michael ควบคู่กับร้านอาหารรางวัลระดับโลกและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ การผสานประสบการณ์ด้านสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และไลฟ์สไตล์ไว้อย่างครบถ้วนนี้ ช่วยให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนจากประเทศไทย</p>
<p><strong>เจนนี่ หวัง รักษาการรองประธานอาวุโสฝ่ายการขายและการตลาดรีสอร์ต </strong>ของ RWS กล่าวว่า “Resorts World Sentosa ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ชั้นนำของเอเชีย ความร่วมมือกับ Traveloka ในครั้งนี้จะช่วยขยายการเข้าถึงของเราในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากยิ่งขึ้น ด้วยขนาดฐานผู้ใช้งาน ข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภค และศักยภาพของแพลตฟอร์ม Traveloka เราสามารถนำเสนอประสบการณ์ที่ตอบโจทย์และเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น พร้อมช่วยให้นักเดินทางวางแผนและเพลิดเพลินกับบริการที่ครบครันของ Resorts World Sentosa ทั้งด้านที่พัก อาหาร และความบันเทิงได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น”</p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Traveloka และ RWS จะเปิดตัวโครงการร่วมหลายรายการ เพื่อเพิ่มความสะดวกและขยายการเข้าถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบครบวงจรให้กับผู้ใช้งาน ได้แก่</p>
<ul>
<li>ข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ใช้งาน Traveloka</li>
<li>การเข้าถึงแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบครบวงจรได้สะดวกยิ่งขึ้น ครอบคลุมเที่ยวบิน ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ตลอดจนกิจกรรมและความบันเทิงระดับโลกในแพลตฟอร์มเดียว</li>
<li>คำแนะนำการเดินทางแบบเฉพาะบุคคลตามความสนใจและพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้งาน</li>
</ul>
<p>เพื่อส่งมอบประสบการณ์ดังกล่าวให้แก่นักเดินทาง <strong>แคมเปญ</strong><strong> “Summer of Treasures” </strong><strong>ของ </strong><strong>RWS</strong> ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม ถึง 30 สิงหาคม 2569 จะพร้อมให้ผู้ใช้งาน Traveloka ได้เข้าถึง โดยนำเสนอประสบการณ์ที่คัดสรรเป็นพิเศษจากความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก ครอบคลุม Singapore Oceanarium, Universal Studios Singapore, Adventure Cove Waterpark และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ภายใน Resorts World Sentosa เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่คุ้มค่าและน่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อโกด้าเผย Gen Z ชาวไทยนิยมเที่ยวทริปสั้น ๆ เพื่อรีชาร์จพลัง และเน้นความคุ้มค่าสำหรับปีพ.ศ. 2569</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/43399/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 16:18:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=43399</guid>

					<description><![CDATA[อโกด้าแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวเผยว่า กลุ่ม Gen [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อโกด้าแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวเผยว่า กลุ่ม Gen Z ชาวไทยกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางในปีพ.ศ. 2569 ให้เป็นกิจกรรมที่ทำได้บ่อยขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมสร้างสุขภาพจิต แทนที่จะเลือกทริปยาว ๆ แบบเดิม โดยนักเดินทางกลุ่มนี้หันมาให้ความนิยมกับทริปสั้น ๆ เพื่อเติมพลังให้กับตัวเองมากขึ้น ข้อมูลจากรายงาน Agoda Travel Outlook 2026 ระบุว่า Gen Z ชาวไทยมองว่าการเดินทางเป็นช่วงเวลาสำคัญในการพักผ่อนจากความเครียดในชีวิตประจำวัน และพร้อมให้ความสำคัญกับการพักผ่อนอย่างแท้จริงและตัวเลือกที่คุ้มค่า เพื่อให้สามารถเดินทางได้บ่อยยิ่งขึ้น</p>
<p>แม้ว่า Gen Z ชาวไทยจะเดินทางบ่อยขึ้น แต่ยังคงให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยสำหรับ Gen Z ชาวไทยการเดินทางถือเป็นประสบการณ์ที่นิยมอยากแบ่งปันร่วมกับคนรัก นอกจากนี้ ทริปต่าง ๆ ยังต้องสอดคล้องกับตารางชีวิตและงบประมาณได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมในประเทศ หรือการออกสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เป้าหมายของนักเดินทาง Gen Z ชาวไทยในปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น นั่นคือการมองหาสมดุลที่ลงตัวระหว่างการหลีกหนีจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันและความคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงได้</p>
<p><strong>ทริปสั้น ๆ แบบบ่อยครั้งกำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการเดินทางสมัยใหม่</strong></p>
<p>Gen Z ชาวไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทาง โดยหันมาเน้นการเดินทางที่บ่อยขึ้น ซึ่งกำลังกลายเป็นรูปแบบหลักในปัจจุบัน ข้อมูลจากอโกด้าระบุว่า 62% ของ Gen Z ชาวไทยมีแผนที่จะเดินทางอย่างน้อย 1-3 ทริปในปีพ.ศ. 2569 สะท้อนถึงแนวโน้มการเดินทางที่วางแผนได้ง่ายและเกิดขึ้นได้บ่อย แทนที่จะเลือกวันหยุดยาวตามเทศกาล นักเดินทางกลุ่มนี้กว่า 65% หันมาเลือกทริประยะสั้นเพียง 1–3 วันต่อทริป เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างลงตัว เปิดโอกาสให้นักเดินทางสามารถจัดสรรทริปสั้น ๆ ให้สอดคล้องกับงาน การเรียน และตารางชีวิตส่วนตัวได้อย่างยืดหยุ่น</p>
<p>นอกจากนี้ มุมมองทางสังคมของการเดินทางระยะสั้นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดย 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขานิยมเดินทางร่วมกับคู่สมรสหรือคนรัก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางในรูปแบบสั้นแต่บ่อยครั้งกับบุคคลใกล้ชิด</p>
<p><strong>Gen Z </strong><strong>ชาวไทย: เที่ยวเพื่อรีชาร์จ ในงบที่คุ้มค่า</strong></p>
<p>สำหรับ Gen Z ชาวไทย การเดินทางในปีพ.ศ. 2569 คือการรีชาร์จพลัง มากกว่าการเน้นเที่ยวชมสถานที่หรือทำกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ โดย 77% ระบุว่าเหตุผลหลักของการเดินทางคือการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว พวกเขาต้องการหลีกหนีจากความเครียดในชีวิตประจำวัน และใช้เวลาไปกับการพักผ่อน</p>
<p>ในการวางแผนการเดินทาง งบประมาณยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับ Gen Z ชาวไทย โดย 72% ระบุว่า งบประมาณเป็นปัจจัยหลักในการเลือกจุดหมายปลายทาง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย 34% เลือกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หากสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ โดยแนวคิดเรื่องความคุ้มค่านี้ยังส่งผลต่อการเลือกที่พักเช่นกัน โดย 57% ของนักเดินทางกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกที่พัก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือที่พักให้เช่า</p>
<p><strong>นางสาวอรรคพร รอดคง</strong><strong>, ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า</strong> เผยว่า “กลุ่ม Gen Z ชาวไทยกำลังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรูปแบบการเดินทางไปสู่การท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายชัดเจนและเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น สำหรับคนรุ่นใหม่ การเดินทางถือเป็นเรื่องสำคัญในการรีชาร์จและหลีกหนีจากความเครียดในชีวิตประจำวัน ภายใต้งบประมาณที่คุ้มค่า อโกด้ามุ่งมั่นในการช่วยเหลือความต้องการในด้านการเดินทางผ่านตัวเลือกที่หลากหลายทั้งที่พัก เที่ยวบิน และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกระดับงบประมาณ พร้อมรองรับทั้งจุดหมายปลายทางยอดนิยมและสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก”</p>
<p>อโกด้ามีตัวเลือกรายการที่พักกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางบินมากกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมมากกว่า 300,000 รายการ ที่สามารถช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนและจองรวมกันได้ในครั้งเดียวอย่างสะดวก   แพลตฟอร์มอโกด้ายังรองรับรูปแบบการเดินทางและความชื่นชอบที่หลากหลาย ทำให้การวางแผนการเดินทางเป็นเรื่องง่าย  และสอดคล้องกับจังหวะชีวิตรวมถึงความสำคัญของแต่ละบุคคล สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน Agoda หรือเว็บไซต์ Agoda.com</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อโกด้าประกาศรางวัล Gold Circle Awards ประจำปีพ.ศ. 2568 ในประเทศไทย โดยกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่โดดเด่น</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42678/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 18:46:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42678</guid>

					<description><![CDATA[อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว ประกาศรายชื่อผ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span lang="TH">อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่<wbr />ยว ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล </span>Gold Circle Awards <span lang="TH">ประจำปีพ.ศ. 2568 โดยมีโรงแรมที่ได้รับรางวั<wbr />ลมากกว่า 3</span>,<span lang="TH">000 แห่งทั่วโลก ที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนิ<wbr />นงานภายในระบบของอโกด้า สำหรับผลการจัดอันดับในปีนี้ ประเทศไทยคว้าอันดับสามร่วม โดยอยู่ในกลุ่มเดียวกับญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย สะท้อนถึงศักยภาพและมาตรฐานอั<wbr />นแข็งแกร่งของผู้<wbr />ประกอบการโรงแรมไทย ที่สามารถแข่งขันและได้รั<wbr />บการยอมรับในระดับนานาชาติ ท่ามกลางภูมิภาคที่มีการแข่งขั<wbr />นสูง</span></p>
<p>ภายในประเทศไทย โรงแรมที่ได้รับรางวัลส่วนมากจะอยู่ในเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจหลักของประเทศ โดยกรุงเทพฯ มีที่พักที่ได้รับรางวัลเกือบ 100 แห่ง ยังคงครองตำแหน่งเมืองที่มีจำนวนผู้ได้รับรางวัล Gold Circle Awards มากที่สุดในประเทศไทย ตามมาด้วยพัทยาและเชียงใหม่ ผลการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าพันธมิตรโรงแรมในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของไทยยังคงรักษามาตรฐานการดำเนินงานในแต่ละวันได้อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ท่ามกลางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด</p>
<p>ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพท่ามกลางพฤติกรรมการเดินทางในภูมิภาคที่ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทาง ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของการค้นหาที่พักถึง 81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และกลุ่มผู้เข้าพักที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น พฤติกรรม์ดังกล่าวเปิดโอกาสให้พันธมิตรโรงแรมสามารถสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวได้มากขึ้น ผ่านการปรับบริการให้สอดคล้องกับผู้เข้าพักในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความถูกต้องของข้อมูลที่พัก การเลือกใช้ภาษา การนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการสื่อสารที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าพักเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าที่พักสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตนได้อย่างไร</p>
<p>โดยมีงานเฉลิมฉลองให้กับผู้ชนะรางวัลขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่กรุงเทพฯ โดย <strong>นายณัฐ ครุฑสูตร</strong><strong>,</strong><strong> รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท.</strong> กล่าวเน้นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริการด้านการท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับอโกด้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร่วมกันส่งเสริมตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand&#8221; อีกด้วย</p>
<p><strong>นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า</strong> กล่าวว่า “ผู้ชนะรางวัล Gold Circle Awards ของประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงการรักษามาตรฐานความเป็นเลิศได้อย่างสม่ำเสมอ พันธมิตรโรงแรมเหล่านี้ให้ความสำคัญกับพื้นฐานการดำเนินงาน ขณะเดียวกันยัง็สามารถบริหารจัดการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้นักเดินทางตัดสินใจจองได้อย่างมั่นใจและได้รับประสบการณ์ที่เชื่อถือได้เมื่อเข้าพัก ท่ามกลางความสนใจในประเทศไทยที่ยังคงเพิ่มขึ้นจากนักเดินทางทั่วภูมิภาค โรงแรมที่โดดเด่นคือผู้ที่สามารถรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง ปรับตัวได้รวดเร็ว และทำให้นักเดินทางตัดสินใจเลือกได้ง่ายท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลาย เราภูมิใจที่ได้ยกย่องผู้ชนะในปีนี้ และจะยังคงลงทุนในเครื่องมือและการสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อช่วยให้พันธมิตรเติบโตต่อไป”</p>
<p>ความต้องการเดินทางในภูมิภาคยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยการเดินทางภายในเอเชียด้วยกันเองยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวทั่วทั้งภูมิภาค ตามรายงาน “Tailored to Win” ของอโกด้า ขณะเดียวกันเมื่อนักเดินทางมีความหลากหลายมากขึ้น และความคาดหวังต่อประสบการณ์ดิจิทัลที่ดียังคงเพิ่มสูงขึ้น รางวัล Gold Circle Awards จึงมุ่งยกย่องพันธมิตรโรงแรมที่สามารถรักษาพื้นฐานการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาแนวทางในการเข้าถึงและเปลี่ยนความสนใจของนักเดินทางให้เป็นการจองจริงผ่านแพลตฟอร์มของอโกด้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อโกด้าเผย นักเดินทางชาวไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมากสุดในเอเชีย</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/42001/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 17:05:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=42001</guid>

					<description><![CDATA[อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผยผลสำรวจการท [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผยผลสำรวจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ประจำปีพ.ศ. 2569 พบว่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยื่นกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้นในการวางแผนของนักเดินทางชาวเอเชีย ผลการสำรวจพบว่านักเดินทางชาวไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนมากที่สุด มากถึง 95% ของนักเดินทางชาวไทย   ระบุว่าความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกเดินท่างในปีพ.ศ. 2569 ตามมาด้วยด้วยนักเดินทางจาก อินโดนีเซีย (93%)  อินเดีย (88%) และไต้หวัน  (83%)  มากกว่า 3 ใน 4 ของนักเดินทางชาวเอเชีย (77%) ระบุว่าความยั่งยืน เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตัวเลือกเดินทางในปีพ.ศ. 2569 โดยเพิ่มขึ้นจาก 68% ในปีที่ผ่านมา ผลสำรวจของอโกด้ายังชี้ให้เห็นอีกว่า แน้วโน้มการให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดย 83% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ระบุว่าจะยังคงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอีก 3 ปีข้างหน้า</p>
<p>โดยผลสำรวจนี้มีผู้เข้าร่วมทำแบบสอบถามทั้งหมด 1,036 คน จาก 8 ประเทศทั่วเอเชีย ซึ่งผลสำรวจชี้ให้เห็นว่านักเดินทางในภูมิภาคนี้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่นยืนมากขึ้น ไม่เพียงแต่ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นและการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย</p>
<p><strong>การอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า เป็นแรงจูงใจหลักของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>เมื่อถามถึงผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของการเดินทางอย่างยั่งยืน นักเดินทางชาวไทย 36% ระบุว่าต้องการช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าไว้สำหรับอนาคต รองลองมา 27% ต้องการให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์โดยตรงต่อชุมชนและธุรกิจท้องถิ่น อีก 22%  ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสถานที่  และ16% ของนักเดินทางชาวไทยระบุว่า ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนให้น้อยลงในการเดินทาง สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางชาวไทยมองความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการท่องเที่ยวที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท่องถิ่น</p>
<p><strong>นักเดินทางต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนมากขึ้นพร้อมตัวเลือกการจองที่สะดวก</strong></p>
<p>นักเดินทางชาวไทยให้ความสนใจประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างผลกระทบเชิงบวก โดย 43% สนใจทัวร์และกิจกรรมที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นมากที่สุด ตามมาด้วยการเดินทางที่เปิดโอกาสให้สามารถร่วมดูแลธรรมชาติและชุมชน 25% ขณะเดียวกัน 18% ให้ความสำคัญกับตัวเลือกการเดินทางที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 15% มองหาที่พักที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน สะท้อนความต้องการตัวเลือกการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมตลอดทั้งการเดินทาง</p>
<p><strong>การท่องเที่ยวช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ</strong></p>
<p>38% ของนักเดินทางทั้งหมด มองว่าหากมีการจัดการที่เหมาะสม จะสามารถสร้างประโยชน์ที่สุดของการให้กับจุดหมายปลายทางนั้น ๆ ได้ และจะทำให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจท้องถิ่น โดยในกลุ่มนักเดินทางชาวไทยมีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 43% นอกจากนี้16% ของนักเดินทางชาวไทย เชื่อว่าการท่องเที่ยวช่วยพัฒนาและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ขณะที่13%มองว่าการท่องเที่ยวช่วยสนันสนุนนการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประพณีท้องถิ่น</p>
<p><strong>นายแอนดรูว์ สมิธ รองประธานอาวุโสฝ่ายซัพพลายของอโกด้า</strong> กล่าวว่า “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นทั่วภูมิภาค และเรายินดีที่ได้เห็นนักเดินทางชาวไทยมีปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้ามาร่วมในการตัดสินใจเดินทางในปี พ.ศ. 2569 อโกด้าสนันสนุนเทรนด์นี้ผ่านโครงการ Eco Deals ที่เปิดให้นักเดินทางได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ในจุดหมายปลายทางทั่วเอเชีย พร้อมรับข้อเสนอการเข้าพักสุดคุ้มค่า”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone  wp-image-42003" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual-800x450.jpg" alt="" width="489" height="275" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual-800x450.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual-160x90.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual-1024x576.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual.jpg 1107w" sizes="(max-width: 489px) 100vw, 489px" /> <img decoding="async" class="alignnone  wp-image-42004" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual_Damnoen-Saduak-800x533.jpg" alt="" width="416" height="277" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual_Damnoen-Saduak-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual_Damnoen-Saduak-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual_Damnoen-Saduak-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual_Damnoen-Saduak-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual_Damnoen-Saduak-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/03/Eco-deal_Visual_Damnoen-Saduak.jpg 1674w" sizes="(max-width: 416px) 100vw, 416px" /></p>
<p>โดยโครงการ Eco Deals ของอโกด้า ร่วมมือกับ World Wide Fund for Nature (WWF) ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้อโกด้า ร่วมสนับสนุน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับโครงการอนุรักษ์ของ WWF ใน 10 ประเทศ ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมมอบส่วนลดค่าที่พักสูงสุด 15% ไปจนถึงวันที่ 18 ธันวาคม และร่วมบริจาค 1 ดอลลาร์สหรัฐให้กับ WWF สำหรับทุกการจองที่เข้าร่วมโครงการ</p>
<p>สำหรับการเดินทางครั้งต่อไป นักเดินทางสามารถค้นหาที่พักที่เข้าร่วโครงการได้อย่างง่ายผ่านหน้าโปรแกรมของโครงการบนแพลตฟอร์มอโกด้า โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.agoda.com/ecodeals">www.agoda.com/ecodeals</a>.</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Traveloka เผย พัทยา เชียงใหม่ และกระบี่ ครองแชมป์จุดหมายปลายทางยอดนิยมช่วงสงกรานต์</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/41282/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 05:28:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Traveloka]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สงกรานต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=41282</guid>

					<description><![CDATA[พัทยา เชียงใหม่ และกระบี่ กำลังขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายท [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พัทยา เชียงใหม่ และกระบี่ กำลังขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางชาวไทยในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของประเทศ ข้อมูลเชิงลึกล่าสุดจาก Traveloka เผยให้เห็นว่าเมืองท่องเที่ยวชื่อดังเหล่านี้มียอดการจองนำเป็นอันดับต้น ๆ สะท้อนถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวชายทะเลในบรรยากาศแห่งความสนุกสนาน และการเฉลิมฉลองสงกรานต์ในเมืองที่อุดมด้วยวัฒนธรรม</p>
<p>หลังจากเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 สร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 28,723 ล้านบาททั่วประเทศ เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทศกาลสู่การเป็นงานเฉลิมฉลองระดับโลก คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในปี 2569 เพิ่มขึ้นอีก จากการขยายตัวของกิจกรรมขนาดใหญ่และการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>ชาลส์ หว่อง รองประธานฝ่ายพาณิชย์ของ </strong><strong>Traveloka </strong>กล่าวว่า “สงกรานต์นับเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างยิ่งของคนไทย เป็นช่วงเวลาแห่งการกลับบ้าน การสืบสานประเพณี และการเริ่มต้นใหม่ Traveloka เชื่อว่าช่วงเวลาแห่งความสุขเหล่านี้ควรเข้าถึงได้สำหรับทุกคน แม้ในช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปพบครอบครัวในภาคเหนือ หรือการพักผ่อนริมทะเลทางภาคใต้ เราพร้อมช่วยให้ทุกการเดินทางในช่วงสงกรานต์ราบรื่นและเปี่ยมความหมายเช่นเดียวกับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้”</p>
<p><strong>จุดหมายปลายทางชายทะเลครองกระแสท่องเที่ยวสงกรานต์ในประเทศ ขณะที่ต่างประเทศก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน</strong></p>
<p>ข้อมูลล่าสุดจาก Traveloka ระบุว่า 10 อันดับจุดหมายปลายทางภายในประเทศยอดนิยมช่วงสงกรานต์ ได้แก่ <strong>พัทยา เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต หัวหิน เกาะสมุย กรุงเทพฯ หาดใหญ่ ขอนแก่น และเกาะเสม็ด</strong> โดยจุดหมายปลายทางชายทะเลคิดเป็นสัดส่วนการค้นหาส่วนใหญ่ในช่วงสงกรานต์ปี 2569 สะท้อนความนิยมของนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลในช่วงวันหยุดยาว</p>
<p>ในบรรดาจุดหมายปลายทางภายในประเทศ <strong>พัทยา</strong>ครองอันดับหนึ่งในช่วงสงกรานต์ ด้วยเอกลักษณ์การเฉลิมฉลองที่ยาวนานกว่าที่อื่น โดย<strong>เทศกาลวันไหล</strong>จัดกิจกรรมเล่นน้ำต่อเนื่องถึงวันที่ 19 เมษายน เติมเต็มบรรยากาศความสนุกตลอดช่วงเทศกาล</p>
<p><strong>เชียงใหม่</strong>ตามมาเป็นอันดับต้น ๆ สำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสสงกรานต์ในมิติทางวัฒนธรรม เมืองแห่งประเพณีล้านนาดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศงานประเพณี กิจกรรมเฉลิมฉลองขนาดใหญ่ เช่น <strong>MAYA Water World </strong><strong>และกิจกรรมเล่นน้ำรอบประตูท่าแพ</strong></p>
<p>ในขณะเดียวกัน จุดหมายปลายทางชายฝั่งทะเลอย่าง<strong>กระบี่</strong>ได้รับความสนใจอย่างมาก สะท้อนความนิยมของการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม เช่นเดียวกับ<strong>ภูเก็ตและหัวหิน</strong>ที่ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแบบเกาะกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดย<strong>เกาะสมุยและเกาะเสม็ด</strong>มียอดค้นหาที่พักเพิ่มขึ้นจากนักเดินทางที่มองหาความเงียบสงบมากกว่าเมืองใหญ่</p>
<p><strong>กรุงเทพฯ</strong> ยังคงเป็นศูนย์กลางหลักในการจัดงานเฉลิมฉลอง อาทิ <strong>งานมหาสงกรานต์ ณ สนามหลวง เทศกาลดนตรี </strong><strong>S2O </strong><strong>และ </strong><strong>SIAM Songkran Music Festival </strong>ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่<strong>หาดใหญ่และขอนแก่น</strong>ยังคงได้รับความนิยมจากการเดินทางกลับภูมิลำเนาและกิจกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคที่คึกคัก</p>
<p>นอกเหนือจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ ความต้องการเดินทางต่างประเทศในช่วงสงกรานต์ยังคงแข็งแกร่ง ข้อมูลจาก Traveloka ระบุว่า <strong>ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง</strong> เป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่ถูกค้นหามากที่สุด สะท้อนความนิยมของนักเดินทางชาวไทยที่เลือกทริประยะใกล้ในภูมิภาค ซึ่งเดินทางสะดวกและมอบประสบการณ์ที่หลากหลาย</p>
<p><strong>จองตั๋วก่อน ที่พักค่อยว่ากัน วางแผนล่วงหน้าอย่างไรให้เที่ยวได้สบายใจกว่า</strong></p>
<p>ข้อมูลจาก Traveloka ยังสะท้อนพฤติกรรมการวางแผนเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยยอดการจองตั๋วเครื่องบินมักพุ่งสูงสุดประมาณ 25 วันก่อนวันเดินทาง สะท้อนการวางแผนเส้นทางและบริหารค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ขณะที่การจองที่พักมักเพิ่มขึ้นในช่วง 10 วันสุดท้ายก่อนวันหยุด สะท้อนรูปแบบการตัดสินใจที่ยืดหยุ่นและใกล้วันเดินทางมากขึ้น</p>
<p>พฤติกรรมดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าแม้นักเดินทางจะวางแผนการเดินทางล่วงหน้า แต่การตัดสินใจจองที่พักมักเกิดขึ้นใกล้ช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตาม เมื่อความต้องการที่พักเพิ่มสูงขึ้นในช่วงใกล้สงกรานต์ ที่พักในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอาจเต็มอย่างรวดเร็ว การวางแผนและจองล่วงหน้าจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้ตัวเลือกและราคาที่เหมาะสมมากกว่า</p>
<p><strong>Traveloka </strong><strong>เปิดตัวแคมเปญ </strong><strong>Songkran Mega Sale </strong><strong>สนับสนุนการวางแผนล่วงหน้า</strong></p>
<p>เพื่อช่วยให้นักเดินทางสามารถจองจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้อย่างมั่นใจ Traveloka เปิดตัวแคมเปญ Songkran Mega Sale ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 เมษายน 2569 โดยมีโปรโมชัน D-Day ในวันที่ 3 มีนาคม 25 มีนาคม และ 4 เมษายน ควบคู่กับข้อเสนอพิเศษตลอดช่วงแคมเปญ นักเดินทางสามารถรับส่วนลดสูงสุดถึง 90% Flash Sales ราคาพิเศษ และโปรโมชันคัดสรรสำหรับตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยว</p>
<p>แคมเปญดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการวางแผนทริปล่วงหน้า พร้อมขยายตัวเลือกที่พักในจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งเมืองท่องเที่ยวหลัก ชายทะเล แหล่งธรรมชาติ และเมืองวัฒนธรรม เพื่อรองรับทั้งการเฉลิมฉลองในเมือง การเดินทางเป็นกลุ่ม หรือการพักผ่อนแบบส่วนตัวริมทะเล</p>
<p><strong>สงกรานต์ยังคงเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดของไทย</strong></p>
<p>เทศกาลสงกรานต์ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย และเป็นหนึ่งในช่วงที่มีการเดินทางมากที่สุดของประเทศ ท่ามกลางความต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายเพิ่มขึ้น Traveloka ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอแพลตฟอร์มการจองที่สะดวก ครอบคลุมทั้งที่พัก เที่ยวบิน และกิจกรรม เพื่อช่วยให้นักเดินทางสามารถออกแบบทริปสงกรานต์ได้ตรงตามความต้องการ และวางแผนวันหยุดได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BDMS Wellness Clinic ผนึกภาครัฐ–เอกชน สร้าง Wellness Ecosystem การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/40138/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Feb 2026 06:55:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสุขภาพ-ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[BDMSWellnessClinic]]></category>
		<category><![CDATA[PreventiveMedicine]]></category>
		<category><![CDATA[ScientificWellness]]></category>
		<category><![CDATA[TheJourneyWithin]]></category>
		<category><![CDATA[WellnessHubThailand]]></category>
		<category><![CDATA[WellnessTeamThailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=40138</guid>

					<description><![CDATA[ภาครัฐ – เอกชน ร่วมสร้าง Wellness Ecosystem ผลักดันเศรษ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ภาครัฐ </strong><strong>– เอกชน ร่วมสร้าง Wellness Ecosystem ผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพไทย สู่ระดับนานาชาติ! </strong><strong>นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (</strong><strong>BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS นำโดย นายแพทย์ตนุพล  วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงานแถลงข่าว Wellness Hub Thailand, The Land of Life: “The Journey Within” เดินหน้าผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน สร้าง Wellness Economy ไทยให้แข็งแกร่งในระดับภูมิภาค ความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB), บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด, สมาคมสปาไทย, สมาคมโรงแรมไทย, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM), สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง (TUSAT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, วิทยาลัยดุสิตธานี, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ Bangkok Airways, บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, โรงแรมศรีพันวา, โรงแรมเซเลส สมุย, โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท, โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ (Dusit Thani Bangkok), บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, ลังโคม (Lancôme) โดย บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โอซิม (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน), และ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) ผสานการท่องเที่ยว การพักผ่อน และ Scientific Wellness เข้าด้วยกันอย่างลงตัว</strong></p>
<p><strong>ประเทศไทย แลนด์มาร์คใหม่ด้านสุขภาพของโลก กับโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ </strong><strong>Wellness ผ่าน “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ”</strong></p>
<p>หากพูดถึงการท่องเที่ยวในสมัยก่อน อาจหมายถึงการพักผ่อนชั่วคราว และการเปลี่ยนบรรยากาศจากชีวิตประจำวัน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขระยะสั้นที่ช่วยเติมพลังให้ร่างกายก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติ แต่ ณ ปัจจุบัน การท่องเที่ยวกำลังก้าวจากการ ‘พักผ่อนชั่วคราว’ สู่การ ‘ลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพ’   ประเทศไทย คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยศักยภาพในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติอันงดงามและหลากหลาย อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ระดับโลก อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยภูมิปัญญาด้านสุขภาพ พร้อมด้วยวัฒนธรรมที่หล่อหลอมด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน และอัธยาศัยไมตรีที่จริงใจ จนทั่วโลกนิยามประเทศไทยว่า “สยามเมืองยิ้ม”</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-40141 aligncenter" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/005-800x533.jpg" alt="" width="599" height="399" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/005-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/005-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/005-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/005-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/005-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/005-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 599px) 100vw, 599px" /></p>
<p><strong>นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า <em>“เหนือสิ่งอื่นใด จุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงความงดงามภายนอก หากอยู่ที่ “พลังแห่งการดูแลซึ่งกันและกัน” ที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์การแพทย์แผนไทย การนวด การดูแลแบบองค์รวม ไปจนถึงระบบสาธารณสุขและการแพทย์สมัยใหม่ที่ได้มาตรฐานสากล สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่บทบาท </em><em>‘จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพของโลก’ ได้”</em></p>
<p><em>“ททท. มองว่าแนวคิด </em><strong><em>Wellness Hub Thailand, The Land of Life: “The Journey Within” </em></strong><em>เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่ตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบัน ซึ่งนักเดินทางสมัยใหม่กำลังมองหาการเดินทางที่มีความหมายต่อสุขภาพกายและใจ ซึ่งแนวคิดนี้ได้สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่การท่องเที่ยว การพักผ่อน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ การสร้าง </em><em>Wellness Ecosystem ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว (Value per Visitor) ซึ่งสร้างรายได้ และกระจายประโยชน์สู่หลายภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยททท. เชื่อมั่นว่าแนวทางนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพของโลกอย่างยั่งยืน”</em></p>
<p><strong>ปรากฏการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทย </strong><strong>Wellness Hub Thailand, The Land of Life: The Journey Within แนวคิดที่มอบคุณภาพชีวิต” ผ่าน Wellness Ecosystem </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-40143 aligncenter" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/007-800x533.jpg" alt="" width="612" height="408" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/007-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/007-1250x834.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/007-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/007-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/007-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/007-2048x1366.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 612px) 100vw, 612px" /></p>
<p>ด้าน<strong>นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) </strong>เผยว่า ในขณะที่โลกพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้คนกลับเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพมากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นสังคมผู้สูงอายุ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ความเครียดจากวิถีชีวิตเมือง ปัญหาการนอนหลับ ภาวะหมดไฟ และความไม่สมดุลทางกายและใจ ปัญหาสุขภาพเหล่านี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของ      ประเทศไทย แต่เป็นภาพสะท้อนของผู้คนทั่วโลกในยุคปัจจุบัน โดย BDMS Wellness Clinic ได้เล็งเห็นถึงโจทย์สำคัญนี้ และเชื่อว่า วิธีแก้ไขที่ยั่งยืนไม่ใช่การรักษาที่ปลายเหตุ หากคือการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่ก่อนเกิดโรค เมื่อผู้คนตระหนักว่า สุขภาพคือรากฐานของคุณภาพชีวิต ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงการเดินทางก็เริ่มเปลี่ยนไป การท่องเที่ยวในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการพักผ่อนเพื่อหลีกหนีความเหนื่อยล้า แต่กลายเป็น ‘พื้นที่แห่งการฟื้นฟู’ ที่ช่วยรีเซ็ตร่างกาย ฟื้นฟูจิตใจ และสร้างสมดุลอย่างเป็นระบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-40146 aligncenter" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/1770620033846-800x396.jpg" alt="" width="592" height="293" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/1770620033846-800x396.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/1770620033846-160x79.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/1770620033846.jpg 854w" sizes="auto, (max-width: 592px) 100vw, 592px" /></p>
<p><em>“แนวคิดนี้คือจุดกำเนิดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (</em><em>Wellness Tourism) ซึ่งวันนี้ได้พัฒนาเป็นเมกะเทรนด์ของโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเดินทางเพื่อพักผ่อน สู่การเดินทางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง สำหรับประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า เศรษฐกิจ Wellness ของไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 28.4% สูงเป็นอันดับ 1 ของโลกในช่วงปีค.ศ. 2022 – 2023 โดยภาคส่วนที่ขยายตัวโดดเด่นที่สุดคือ ‘การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ’ โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ GWI ในปีค.ศ.2023 – 2024 ภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยขยายตัวอย่างโดดเด่น ด้วยอัตราการเติบโต 36.4% สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เติบโต 37.7% และประเทศอินเดียที่เติบโตเป็นอันดับหนึ่งถึง 57.5% โดยตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความต้องการของนักเดินทางทั่วโลก แต่ยังแสดงถึงโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ที่จะนำพาเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ<strong>” </strong></em><strong>นายแพทย์ตนุพล</strong> กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ของประเศไทยเติบโตเป็นอันดับหนึ่ง เกิดจากการผสานจุดแข็งของประเทศ ที่ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวและธรรมชาติอันงดงามเท่านั้น หากยังรวมถึงอาหารไทยที่เปี่ยมด้วยภูมิปัญญาด้านโภชนาการ สมุนไพรไทยที่สืบทอดองค์ความรู้มายาวนาน การบริการอันอ่อนน้อม ตลอดจนศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล</p>
<p>องค์ประกอบทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดแข็งที่แยกส่วนกัน แต่หลอมรวมเป็นประสบการณ์การดูแลสุขภาพ อันเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด <strong>“</strong><strong>The Journey Within” </strong>การเดินทางเพื่อสุขภาพที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงปลายทางภายนอก แต่คือ  การเดินทางกลับมาเข้าใจร่างกายและจิตใจของตนเอง พร้อมเติมพลังให้กับจิตวิญญาณ นี่จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว แต่กำลังก้าวสู่บทบาท <strong>“</strong><strong>The Land of Life” หรือ “ดินแดนแห่งชีวิต”</strong> อย่างแท้จริง บนพื้นฐานของ Wellness Ecosystem ที่แข็งแกร่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-40142 aligncenter" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/003-800x450.jpg" alt="" width="622" height="350" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/003-800x450.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/003-1250x703.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/003-160x90.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/003-1024x576.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/003-1536x864.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/003-2048x1152.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 622px) 100vw, 622px" /></p>
<p>โดย <strong><em>“</em></strong><strong><em>The Journey Within”</em></strong> คือความร่วมมือแบบบูรณาการของเครือข่ายภาครัฐและเอกชนครั้งใหญ่ ผนึกกำลังเป็น <strong>Wellness Team Thailand</strong> โดยจัดวางบทบาทของพันธมิตรแต่ละภาคส่วนอย่างชัดเจนในโมเดล Travel–Stay–Scientific Wellness เพื่อสร้าง Wellness Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งระบบ ดังนี้</p>
<p><strong>1.กลุ่มขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับประเทศ (</strong><strong>Travel &amp; Benefits Enabler)</strong> ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. (</strong><strong>Tourism Authority of Thailand)</strong> มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ โดยส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านคุณภาพชีวิตระดับโลก ผ่านการบูรณาการนโยบาย และ การส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้าน Wellness Tourism ให้เติบโตอย่างมีมาตรฐาน เป็นระบบ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</li>
<li><strong>สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (</strong><strong>Thailand Convention &amp; Exhibition Bureau –</strong><strong style="color: #555555;">TCEB) </strong><span style="color: #555555;">สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness ในมิติของอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) โดยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดประชุม สัมมนา และงานแสดงสินค้าด้านสุขภาพระดับนานาชาติ สร้างทั้งองค์ความรู้ เครือข่าย และมูลค่าเศรษฐกิจ และได้พัฒนาแคมเปญ MEET WELL เพื่อดึงดูดนักเดินทางไมซ์ต่างประเทศให้มาสัมผัสประสบการณ์ด้าน Wellness ของประเทศไทย เป้าหมายเพื่อให้ </span><span style="color: #555555;">ประเทศไทยมีแบรนด์และจุดขายของการเป็น High Value MICE Destination</span></li>
<li><strong>ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (</strong><strong>Thailand Privilege Card) – </strong>เสริมศักยภาพด้านการใช้ชีวิตในเมืองไทยแก่ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย (Long-Stay) โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ เชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ และส่งมอบประสบการณ์ด้านWellness ในมิติที่หลากหลาย เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นหมุดหมายด้าน Health &amp; Well-being อย่างแท้จริง นับเป็นการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</li>
<li><strong>บางกอกแอร์เวย์ส (</strong><strong>Bangkok Airways)</strong> เชื่อมต่อการเดินทางสู่เมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรองด้านสุขภาพ ช่วยให้การเข้าถึง Wellness Destination ของประเทศไทยเป็นไปอย่างสะดวก ราบรื่น และได้มาตรฐานระดับลักชัวรี</li>
</ul>
<p><strong>2.กลุ่มที่พักและไลฟ์สไตล์เวลเนส (</strong><strong>Stay &amp; Lifestyle Experience) </strong>ได้แก่<strong> สมาคมโรงแรมไทย (</strong><strong>Thai Hotels Association), โรงแรมศรีพันวา (Sri panwa), โรงแรมเซเลส สมุย (CELES SAMUI), โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท (Mövenpick BDMS Wellness Resort), และ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ (Dusit Thani Bangkok) </strong>ที่ร่วมกันเสริมสร้างมาตรฐานการบริการพร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับแนวคิด Wellness อย่างเป็นระบบภายใต้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่งดงาม ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา หรือใจกลางเมืองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ควบคู่กับการบริการระดับ 6 ดาวที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด สะท้อนเอกลักษณ์ความอ่อนน้อมและการดูแลแบบไทยอย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการเข้าพักเป็นส่วนหนึ่งของ การเดินทางสู่คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น</p>
<p>ในส่วนของ <strong>สยามพิวรรธน์ (</strong><strong>Siam Piwat)</strong> ได้มอบพื้นที่รีเทลที่คัดสรรแบรนด์และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ความยั่งยืน และความงามอย่างมีคุณภาพ ขณะที่กลุ่ม<strong> บริษัท คิง เพาเวอร์ </strong><strong>(King Power)</strong> เป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว (Travel Retail) และสินค้าปลอดอากร (Duty Free) เปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งดิวตี้ฟรีที่ครบครันด้วยสินค้าชั้นนำและแบรนด์ระดับสากลซึ่งผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งช้อปปิ้งระดับลักชัวรี พร้อมยกระดับทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้พิเศษยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งไฮไลต์ของประสบการณ์เหนือระดับ คือ <strong>The Atlas Club</strong> พื้นที่พักผ่อนสำหรับนักเดินทางระดับลักชัวรี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ก่อนก้าวสู่การเดินทางในทุกจุดหมาย ให้ทุกการเดินทางเริ่มต้นด้วยความสบายและความประทับใจตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง สะท้อนความมุ่งมั่นของ King Power ในการผสานโลกของการช้อปปิ้ง การเดินทาง และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจในมิติที่หลากหลาย</p>
<p>ขณะที่ <strong>ลังโคม (</strong><strong>Lancôme)</strong> ช่วยเติมเต็มมิติของ Aesthetic &amp; Skin Longevity ด้วยเทคโนโลยีความงามที่อิงงานวิจัยและวิทยาศาสตร์ผิวพรรณระดับสากล เชื่อมโยงศาสตร์ความงามเข้ากับแนวคิด Healthy Aging เพื่อสะท้อนว่า Wellness ในยุคใหม่ไม่ได้ดูแลเพียงสุขภาพภายใน แต่รวมถึงความมั่นใจที่สามารถสร้างได้จากภายในถึงภายนอก</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>โอซิม (</strong><strong>OSIM)</strong> ในฐานะผู้นำระดับสากลด้าน Wellness Technology ยังเข้ามาเติมเต็มมิติของ Recovery &amp; Relaxation ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผ่านเทคโนโลยีเก้าอี้นวดอัจฉริยะและอุปกรณ์ดูแลสุขภาพที่พัฒนาบนพื้นฐานของงานวิจัย ผสานศาสตร์การผ่อนคลายเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น <strong>บัตรเครดิตเคทีซี (</strong><strong>KTC Card) </strong>ยังได้สนับสนุนการเข้าถึงประสบการณ์ Wellness อย่างสะดวกและราบรื่น ผ่านสิทธิประโยชน์ และโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ช่วยให้การลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตเป็นเรื่องที่วางแผนได้และยั่งยืน</p>
<p><strong>และสมาคมสปาไทย</strong><strong> (Thai Spa Association) </strong>ที่ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมาตรฐานธุรกิจสปาและเวลเนสของประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้และอัตลักษณ์ภูมิปัญญาไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันคุณภาพการบริการให้สอดคล้องกับแนวคิด Wellness มาตรฐานสากล</p>
<p><strong>3.กลุ่มบริการสุขภาพและ </strong><strong>Scientific Wellness (Healthcare and Scientific Wellness) ได้แก่ BDMS Wellness Clinic</strong> ร่วมกับ <strong>N Health</strong> โดย <strong>BDMS Wellness Clinic</strong> ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ที่นำองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ และโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล มาผสานกับศาสตร์แห่ง Scientific Wellness เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนเกิดโรค ติดตามผลอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว ในขณะที่ <strong>N Health </strong>คือหนึ่งในผู้ให้บริการห้องปฏิบัติการทาง การแพทย์ที่ก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้เครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS) ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการทางคลินิกระดับสากล ทั้ง ISO 15189 และ CAP (College of American Pathologists) ที่ทั่วโลกยอมรับ พร้อมใช้เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ที่ทันสมัย เพื่อขับเคลื่อนโมเดลการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Preventive Care) อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ดำเนินงานด้วยขอบเขตและศักยภาพในมิติที่หลากหลาย ภายใต้มาตรฐานสูงสุดด้านความถูกต้องและความปลอดภัย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา N Health ได้ดำเนินงานด้านการตรวจวิเคราะห์ด้วยความละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอน โดยห้องปฏิบัติการมีศักยภาพในการตรวจวิเคราะห์ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) ทั้งการตรวจด้านฮอร์โมน การตรวจ DNA และพันธุกรรม วิตามินและแร่ธาตุ ภาวะอักเสบ ตัวชี้วัดความชรา ไมโครไบโอม ภูมิแพ้ สารพิษ ตลอดจนการตรวจด้าน โปรตีโอมิกส์ (Proteomics) และ อีพีเจเนติกส์ (Epigenetics) พร้อมศักยภาพในการให้บริการตรวจวิเคราะห์กว่า 4,000 รายการ และรองรับการตรวจได้มากกว่า 30 ล้านเทสต์ต่อปี สะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของ N Health ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและเชิงป้องกัน บนพื้นฐานของความเชี่ยวชาญทางห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ขั้นสูง ทำให้สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีความแม่นยำ ตรวจวัดได้ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และนำไปใช้สนับสนุนการประเมินความเสี่ยง การตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น รวมถึงการวางแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>บุคลากรคุณภาพ: ฟันเฟืองสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของ </strong><strong>Wellness Economy</strong></p>
<p>การขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Wellness ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจาก “บุคลากรคุณภาพ” ที่เป็นรากฐานสำคัญของระบบ ด้วยเหตุนี้ BDMS Wellness Clinic ยังได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ <strong>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</strong><strong>, วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM), สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง (TUSAT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</strong> และ <strong>วิทยาลัยดุสิตธานี</strong> โดยมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ งานวิจัย และพัฒนาหลักสูตรด้านการแพทย์และเวลเนสอย่างเป็นระบบไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีด้านการแพทย์และเวชศาสตร์ป้องกัน, Wellness Real Estate, และอาหารสุขภาพ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความชำนาญการทั้งเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติ พร้อมรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมสุขภาพในระดับประเทศและนานาชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-40140 aligncenter" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/006-1-800x515.jpg" alt="" width="624" height="402" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/006-1-800x515.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/006-1-1250x805.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/006-1-160x103.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/006-1-1024x660.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/006-1-1536x990.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2026/02/006-1-2048x1320.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 624px) 100vw, 624px" /></p>
<p>ทั้งนี้ BDMS Wellness Clinic จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องเป็น <strong>Wellness Team Thailand</strong> เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน สร้าง Wellness Ecosystem ที่แข็งแกร่ง และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายงาน SiteMinder เผยประเทศไทยติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยม ของนักท่องเที่ยวเอเชีย-แปซิฟิกปี 2569</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/37228/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 04:11:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[SiteMinder]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=37228</guid>

					<description><![CDATA[รายงานฉบับใหม่จาก SiteMinder แพลตฟอร์มระดับโลกด้านการจั [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงานฉบับใหม่จาก <a href="https://bit.ly/3JBzrkM">SiteMinder</a> แพลตฟอร์มระดับโลกด้านการจัดจำหน่ายห้องพักและจัดการรายได้ของธุรกิจโรงแรม เผยว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในปีหน้า โดยติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของตลาดสำคัญในภูมิภาคทั้งหมด โดยประเทศไทยติดอันดับ 5 ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ (16%) อันดับ 8 ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย (12%) นักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย (12%) และนักท่องเที่ยวชาวจีน (6%) รวมถึงติดอันดับ 9 ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียอีกด้วย (7%) นอกจากนี้ ในหมวดเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม กรุงเทพฯ ติดอันดับ 6 ของนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ (13%) และอันดับ 7 ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย (10%)</p>
<p>รายงาน SiteMinder’s Changing Traveller Report 2026 เป็นการสำรวจด้านที่พักที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้ทำการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกว่า 12,000 คนจาก 14 ตลาดนักท่องเที่ยว อาทิประเทศไทย จีน ฝรั่งเศส อินเดีย สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ</p>
<p>สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในปี 2569 โดย 56% มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่น ในขณะที่ 33% วางแผนไปเกาหลีใต้ 27% วางแผนไปจีน และอีก 13% วางแผนไปสิงคโปร์และไต้หวัน นอกจากนี้ 4 ใน 5 เมืองปลายทางยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอยากไปมากที่สุดที่ญี่ปุ่น ได้แก่ โตเกียวที่ 42% โอซาก้าที่ 23% เกียวโตที่ 17% และภูเขาฟูจิที่ 16% โดยโซลเป็นเมืองเดียวที่อยู่นอกญี่ปุ่นและติด 5 อันดับแรกเมืองปลายทางยอดนิยมที่ 27%</p>
<p>ผลสำรวจนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นักเดินทางทั่วโลก 49% ระบุว่า มีความต้องการที่จะเดินทางมากขึ้นในปี 2569 แม้จะมีความผันผวนด้านเศรษฐกิจ เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาสภาพภูมิอากาศก็ตาม สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ความต้องการนี้สูงถึง 64% โดยมีเพียง 15% เท่านั้นที่บอกว่าความต้องการที่จะเดินทางลดลง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-37230" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/Khun-Supakrit-Phansomboon_CTR-2026_0-800x533.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/Khun-Supakrit-Phansomboon_CTR-2026_0-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/Khun-Supakrit-Phansomboon_CTR-2026_0-1250x834.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/Khun-Supakrit-Phansomboon_CTR-2026_0-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/Khun-Supakrit-Phansomboon_CTR-2026_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/Khun-Supakrit-Phansomboon_CTR-2026_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/Khun-Supakrit-Phansomboon_CTR-2026_0-2048x1366.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder กล่าวว่า “รายงานล่าสุดของ SiteMinder นี้เป็นสัญญาณที่ดีมากเมื่อเรากำลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การเห็นความต้องการที่จะเดินทางเพิ่มขึ้นและการที่ประเทศไทยยังคงเป็นที่จดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นแรงผลักดันให้โรงแรมต้องเตรียมพร้อมเพื่อตอบสนองความคาดหวังที่สูงขึ้นของนักท่องเที่ยวยุคใหม่”</p>
<p><strong>พฤติกรรมการเดินทางใหม่ ๆ จากแรงขับเคลื่อนในการเดินทางที่สูงขึ้น</strong></p>
<p>ความต้องการเดินทางที่มากขึ้นส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางแผนในปีหน้า โดย 38% ระบุว่าจะจองที่พักล่วงหน้ามากขึ้น และ 31% เลือกพักใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศในการสำรวจ รวมถึงอีก 32% ที่จะใช้จ่ายน้อยลงเพื่อยืดหยุ่นงบการท่องเที่ยวให้มากขึ้น</p>
<p>ในขั้นตอนการค้นหาและจองที่พัก กว่า 27% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มจาก OTA ขณะที่ 13% เริ่มต้นจากบล็อกท่องเที่ยวออนไลน์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก สำหรับช่องทางการจองที่พัก OTA ยังคงครองอันดับหนึ่งที่ 47% ตามด้วยเครื่องมือค้นหาที่ 22% และการจองตรงผ่านเว็บไซต์ โทรศัพท์ หรืออีเมลของโรงแรมที่ 20%</p>
<p>ในด้านประเภทห้องพัก Standard Room (ห้องพักมาตรฐาน) ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ 58% สูงที่สุดในนักท่องเที่ยวทุกประเทศ ตามด้วยห้อง Superior 24% และ Deluxe 12% ในส่วนของประเภทที่พัก คนไทยมีแนวโน้มเลือก Bed &amp; Breakfast สูงที่สุดในโลกที่ 21%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-37231" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/4-800x534.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/4-800x534.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/4-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/4.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-37232" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-1077121822-800x533.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-1077121822-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-1077121822-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-1077121822-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-1077121822-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-1077121822-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-1077121822-2048x1365.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<figure id="attachment_37233" aria-describedby="caption-attachment-37233" style="width: 800px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-37233" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-2194851996-1-800x533.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-2194851996-1-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-2194851996-1-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-2194851996-1-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-2194851996-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-2194851996-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/12/GettyImages-2194851996-1-2048x1365.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-37233" class="wp-caption-text"><span style="color: #555555; font-size: 14.4px;">ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวไทย:</span></figcaption></figure>
<ul>
<li>นักท่องเที่ยวเกือบ 80% เห็นด้วยหรือเห็นด้วยอย่างมากว่า ราคาโรงแรมควรปรับราคาตามช่วงความต้องการ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 65% รองจากนักท่องเทียวอินโดนีเซีย (88%) และอินเดีย (85%)</li>
<li>นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 51% พร้อมใช้จ่ายกับประสบการณ์ด้านอาหารระดับกูร์เมต์ หรือไวน์เทสติ้งมากกว่าทุกประเทศ ตามด้วยบริการสปา (40%) และการแสดงดนตรีสด (33%) ขณะเดียวกันกว่า 48% พร้อมจ่ายค่าอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงแรมแบบ walk-in ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 40%</li>
<li>นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกว่า 86% ยินดีให้โรงแรมใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ถือว่าเปิดรับมากที่สุดในบรรดาทุกประเทศ โดยมีค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 63%</li>
<li>ในด้านการประยุกต์ใช้ AI นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 60% ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ติดตามและแจ้งเตือนราคาสูงที่สุดในโลก รองลงมาคือการสรุปรีวิวโรงแรม (56%) และการแนะนำจุดท่องเที่ยวที่ตรงกับสไตล์ความชอบ (48%)</li>
<li>และหากนักท่องเที่ยวสามารถเลือก “พลังวิเศษด้านการท่องเที่ยว” ได้ นักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเลือกความสามารถในการพูดได้ทุกภาษาเป็นอันดับสองของโลกที่ 36% รองจากเยอรมนีเพียงเล็กน้อยที่ 37% ซึ่งตามด้วยความสามารถในการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดอยู่เสมอที่ 13% และความสามารถในการควบคุมสภาพอากาศที่ 12%</li>
</ul>
<p>คุณสุภกฤษฎิ์กล่าวเสริมว่า “ไม่ว่าจะเป็นการเห็นด้วยกับการปรับราคาตามดีมานด์ หรือการลงทุนกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ นักท่องเที่ยวชาวไทยกำลังเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการวางแผนที่พักและประสบการณ์ในโรงแรม เพื่อใช้เวลาในปี 2569 ให้คุ้มค่าที่สุด และเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่ AI ไปจนถึงการปรับแต่งประสบการณ์ด้วยข้อมูล โรงแรมที่สามารถคาดการณ์และตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ จะเป็นผู้ที่ดึงดูดและสร้างความประทับใจให้ผู้เข้าพักในปีหน้าได้ดีที่สุด”</p>
<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรายงาน Changing Traveller Report 2025 ของ SiteMinder ได้<a href="https://bit.ly/4nYFY76">ที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ททท. เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 ร่ายมนต์เสน่ห์เทศกาลแห่งแสงสว่าง ‘Light Unites Us’ ฉลองยิ่งใหญ่มิตรภาพ 2 ประเทศแน่นแฟ้น</title>
		<link>https://www.businessownertv.com/34901/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin-au]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2025 14:18:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ททท]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลดีวาลี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.businessownertv.com/?p=34901</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมน [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “</strong><strong>Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 16-31 ตุลาคม 2568 ณ ถนนพาหุรัด และคลองโอ่งอ่าง กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ ได้รับเกียรติ</strong><strong>จาก </strong><strong>Ms. Paoloami Tripathi อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย</strong><strong>ประจำ</strong><strong>ประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย </strong><strong>(ททท.)</strong><strong> และ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่า</strong><strong>ราชการกรุงเทพมหานคร</strong> <strong>เข้าร่วมเปิดงานฯ โดยปีนี้</strong><strong> ททท. ยกคอนเซปต์ “</strong><strong>Light Unites Us” </strong><strong>เนรมิตถนนพาหุรัดและ</strong><strong>คลองโอ่งอ่างให้เต็มไปด้วยแสง สี ศิลปะ และดนตรี ยกระดับเวทีวัฒนธรรมสะท้อนมิตรภาพไทย–อินเดีย ตอก</strong><strong>ย้ำความยิ่งใหญ่ของการจัดงานนอกประเทศอินเดียที่ใหญ่ที่สุด และสร้างโอกาสในการผลักดันประเทศไทยสู่</strong><strong>ภาพลักษณ์ </strong><strong>Global Destination ระดับโลก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone  wp-image-34906" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769050_0-1-800x533.jpg" alt="" width="447" height="297" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769050_0-1-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769050_0-1-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769050_0-1-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769050_0-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769050_0-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769050_0-1-2048x1365.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 447px) 100vw, 447px" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone  wp-image-34905" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769057_0-800x533.jpg" alt="" width="446" height="297" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769057_0-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769057_0-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769057_0-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769057_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769057_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769057_0-2048x1365.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 446px) 100vw, 446px" /></p>
<p><strong>นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา </strong>กล่าวว่า งาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” เป็นเทศกาลที่เปี่ยมด้วยความหมาย ความเชื่อ และพลังแห่งมิตรภาพ ถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับนานาชาติผ่านแสงแห่งความหวัง วัฒนธรรม และไมตรีจิต ทั้งยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก (Global Destination) ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน และเผยแพร่วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยให้เชื่อมโยงกับนานาชาติอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย–อินเดีย เปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและขยายระยะเวลาการท่องเที่ยวยามค่ำคืน นำไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม ที่พัก และร้านอาหาร ตลอดจนสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทั้งในภูมิภาคและภาพรวมของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone  wp-image-34903" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769040_0-800x533.jpg" alt="" width="442" height="294" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769040_0-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769040_0-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769040_0-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769040_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769040_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769040_0-2048x1365.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 442px) 100vw, 442px" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone  wp-image-34904" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769041_0-800x533.jpg" alt="" width="443" height="295" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769041_0-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769041_0-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769041_0-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769041_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769041_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769041_0-2048x1365.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 443px) 100vw, 443px" /></p>
<p><strong>นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.</strong> กล่าวว่า เทศกาลดีวาลี หรือ เทศกาลแห่งแสงสว่าง นับเป็นหนึ่งในงานเฉลิมฉลองสำคัญของชาวอินเดียทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลอง “ชัยชนะแห่งการขจัดความมืดสู่ความสว่าง” ในปีนี้ ททท. ยกระดับเทศกาลขึ้นเป็น “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ในวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568 ณ ถนนพาหุรัด และคลองโอ่งอ่าง กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย โดยตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูง และติดอันดับ 1 ใน 3 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ทั้งยังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านจำนวนและรายได้ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาล Diwali นอกประเทศอินเดียที่ใหญ่ที่สุด เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้ ททท. ได้เติมเต็มบรรยากาศพิธีเปิดงานในวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ด้วยการแสดงวัฒนธรรมไทย–อินเดีย ชุดปูจา มหาเดฟ อันจารี ศรีคชา สรัสตีวันทนา มหาลักษมีและการกำเนิดพระพิฆเนศ รวมไปถึงขบวนแห่ Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 และการแสดงดนตรีของศิลปิน Jaipuri Brothers จากอินเดีย สร้างความตระการตาและสีสันให้กับงานเทศกาลแห่งแสงสว่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone  wp-image-34908" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769056_0-800x533.jpg" alt="" width="438" height="292" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769056_0-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769056_0-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769056_0-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769056_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769056_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769056_0-2048x1365.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 438px) 100vw, 438px" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone  wp-image-34907" src="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769044_0-1-800x533.jpg" alt="" width="441" height="294" srcset="https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769044_0-1-800x533.jpg 800w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769044_0-1-1250x833.jpg 1250w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769044_0-1-160x107.jpg 160w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769044_0-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769044_0-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.businessownertv.com/wp-content/uploads/2025/10/S__73769044_0-1-2048x1365.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 441px) 100vw, 441px" /></p>
<p>ปีนี้พื้นที่จัดงานแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ ถนนพาหุรัด และคลองโอ่งอ่าง ซึ่งเป็นย่านวัฒนธรรมและชุมชนดั้งเดิมของชาวอินเดียที่มีการสืบทอดประเพณีและวิถีชีวิตมากกว่า 200 ปี โดยจะเนรมิตถนนพาหุรัดให้สว่างไสวด้วยการประดับไฟวิจิตรและเทคโนโลยีสื่อผสม ตั้งแต่วันที่ 16–31 ตุลาคม เวลา 16.00–22.00 น. ช่วงเวลาเดียวกันในวันที่ 18–20 ตุลาคม 2568 จะมีการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–อินเดียวันละ 4 รอบ อาทิ ระบำโคมอัจจะกัป ระบำโคมบัว นาฏยศิลป์ร่วมสมัย การแสดงผสมผสานระหว่างนาฏศิลป์คลาสสิก (Bharatanatyam) และนาฏศิลป์พื้นบ้านของอินเดีย (Bihu – อัสสัม) รวมถึงการแสดงสมัยใหม่ เช่น India Contemporary dance และ Bollywood dance ตามด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ จ๊ะ นงผณี, Musketeers, ปราง ปรางทิพย์, Mirrr, มีนตรา อินทิรา และ ZANI ซึ่งจะมอบเสียงเพลงและพลังแห่งความสุขให้ตลอดค่ำคืน</p>
<p>อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ คลองโอ่งอ่าง ที่จะถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟหลากสีฉายสะท้อนผืนน้ำงดงาม ตกแต่งด้วยศิลปะรังโกลี (Rangoli) และตะเกียง Diyas นับร้อย ที่ ตั้งแต่วันที่ 16-31 ตุลาคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น. และในวันที่ 16-20 ตุลาคม 2568 ผู้ร่วมงานยังจะได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงเชิงวัฒนธรรมบนเวทีย่อยริมคลอง เติมสีสันให้ค่ำคืนแห่งแสงให้งดงามยิ่งขึ้นด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ยังมอบประสบการณ์เหนือระดับแก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียและผู้ร่วมงานผ่านกิจกรรม “Amazing Thailand Grand Diwali Privilege 2025”     ส่งต่อความสุขให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวไทยตั้งแต่ 16-20 ตุลาคม 2568 รับเทียนที่ระลึกและสิทธิพิเศษส่วนลดในการใช้บริการด้านการท่องเที่ยวจากพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการฯ อาทิ สยามพิวรรธน์, Central Group, King Power, Big C, One Bangkok, Erb, ซื่อสัตย์ iSnack, Jula’s herb และอีกมากมาย</p>
<p>เทศกาลดีวาลีในย่านพาหุรัดและคลองโอ่งอ่าง จึงไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองของชาวอินเดียและไทย    แต่ยังสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครที่จะสร้างบรรยากาศแห่งความสุข รอยยิ้ม และความหวัง พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้กลับมามีชีวิตชีวายิ่งขึ้นกว่าที่เคย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
