บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประกาศความสำเร็จโครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ครั้งที่ 3” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Next Gen : European Technique x Thai Twist” ยกระดับจากโครงการเพื่อสังคม สู่แพลตฟอร์มสร้างโอกาสทางการศึกษา ผ่านการบรรจุในหลักสูตรจริงของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 กว่า 185 คน เพื่อสร้าง “Future Food Talent” หรือ บุคลากรต้นน้ำแห่งอนาคต ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ยุค Next Generation Food Industry ซึ่งต้องมีความสามารถทั้งการประกอบการอาหาร การบริหารธุรกิจ ความยั่งยืน ฯลฯ ผ่านการผนึกพลังภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และคนรุ่นใหม่ พร้อมวางโรดแมปขยายความร่วมมือข้ามสายวิชาและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ตอกย้ำภาพสะท้อนของ KCG ที่เชื่อว่า “อาหารไม่ได้สร้างแค่ความอร่อย แต่สร้างโอกาส แรงบันดาลใจ และสามารถสร้างอนาคตที่ดีผ่านพลังของอาหาร”

นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG กล่าวว่า “KCG ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหาร
เพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยมายาวนานกว่า 60 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์มุ่งเป็นผู้นำธุรกิจอาหารที่สร้างความรื่นรมย์ให้ผู้บริโภค พร้อมเสริมสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการจุดไฟปรุงฝันมาตลอด 3 ปี โดยจากปีที่ 1 ที่เน้นสร้างอาชีพให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ปีที่ 2 ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ช่วยยกระดับทักษะของผู้ประกอบการ SME ร้านอาหาร และเบเกอรี่ และในปีที่ 3 นี้เรามุ่งเน้นไปที่ “คนต้นน้ำ” หรือนักศึกษาในสถาบันการศึกษา เพื่อเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกอาหารในอีก 5–10 ปีข้างหน้า
“Future Food Talent” รากฐานการขับเคลื่อน Food Ecosystem แห่งอนาคต
เหตุผลในการเลือกจับมือกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เนื่องจากเป็นสถาบันชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารระดับประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างโมเดลพัฒนา “คนต้นน้ำ” ผ่านการวางยุทธศาสตร์ “Future Food Talent” ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยในอนาคตผ่าน “4 ทักษะแห่งอนาคต” ได้แก่
1.Innovation (การคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรม) พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ให้ตอบโจทย์ตลาด มุ่งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง
2. Application (การประยุกต์ใช้และลงมือปฏิบัติจริง)การประยุกต์ใช้วัตถุดิบและเทคนิคการพัฒนาสูตรอาหารอย่างมืออาชีพ เรียนรู้การนำทฤษฎีมาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาสูตร ผลิตภัณฑ์ และกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม
3. Consumer Insight (เข้าใจผู้บริโภคและเทรนด์ตลาด) การเข้าใจผู้บริโภค แนวโน้มตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ความต้องการของตลาด เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และแนวคิดทางธุรกิจที่มีคุณค่าและสร้างความแตกต่างได้
4. Entrepreneurial Mindset (คิดแบบผู้ประกอบการ) การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และแนวคิดความเป็นผู้ประกอบการ เสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น การนำเสนอไอเดีย และการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในโลกอุตสาหกรรมจริง
ผศ. ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนพัฒน์ แสงรุ่งเรือง คณบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารมายาวนานกว่า 90 ปี มุ่งเน้นการเรียนการสอนภาคปฏิบัติเข้มข้นผสานความรู้ด้านนวัตกรรมอาหาร การร่วมมือกับ KCG ในโครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปี 3” ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดประตูให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและสัมผัสประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม โดยนำกรอบความคิด Future Food Talent เข้ามาเติมเต็มให้นักศึกษามีความคิดเชิงนวัตกรรม บริหารจัดการต้นทุน และเข้าใจมิติทางธุรกิจ เพื่อผลิตบัณฑิตคุณภาพที่พร้อมปฏิบัติงานจริงในอุตสาหกรรมระดับมืออาชีพ”
“ความพิเศษของปีนี้ คือการบรรจุโครงการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนจริง สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 กว่า 185 คน โดยวางกระบวนการเรียนรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่ภาคทฤษฎี เวิร์กชอปภาคปฏิบัติ European Bakery x Thai Twist การจัดทำเอกสารแนวคิดเมนู (Concept Proposal) จนถึงการคัดเลือก 30 เมนูเข้ารอบสุดท้ายเพื่อลงมือทดลองทำจริงและได้นำเสนอเมนูกับเชฟผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเฟ้นหา “Future Food Talent” ซึ่งผลสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอด และพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยต่อไป”
คุณชัชชญา รักตะกนิษฐ (เชฟบิ๊บ) Vice President of KCG Creative Center และ KCG Ambassador Chef กล่าวว่า “โครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปีที่ 3” มีเป้าหมายสำคัญในการบ่มเพาะนักศึกษาสู่การเป็น “Future Food Talent” ผ่านหลักสูตรที่ไม่ได้สอนแค่การทำอาหาร แต่เป็นการนำโจทย์จริงจากภาคธุรกิจมาให้นักศึกษาได้ฝึกคิดและลงมือทำ โดยทีมเชฟ KCG ได้เข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่าน 4 ทักษะแห่งอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพและผู้ประกอบการ
อาหารรุ่นใหม่ที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ความสำเร็จของ โครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปี 3” ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนผ่านการบูรณาการ เข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนจริงจนเกิดเป็นผลงาน Showcase 30 เมนูซิกเนเจอร์ พร้อมการมอบรางวัล ประกวดและรางวัลพิเศษรวม 35 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 61,000 บาทเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงอิมแพ็กต์เชิงบวกที่ยกระดับจากการทำ CSR แบบดั้งเดิม สู่การสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ ร่วมกันอย่างแท้จริง ตั้งแต่การสร้างโอกาสและทักษะอาชีพให้เยาวชน การสร้างความร่วมมือ เชิงลึกกับสถาบันการศึกษา การเติมบุคลากรคุณภาพสู่ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการสร้างกำลังคน ที่มีศักยภาพเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
การบ่มเพาะ Future Food Talent ผ่านโครงการจุดไฟปรุงฝัน จึงถือเป็นต้นแบบสำคัญ ในการผสานองค์ความรู้ด้านอาหารเทคโนโลยี ธุรกิจ และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน ตอกย้ำมุมมองของ KCG ที่ว่า “Food Innovator คือผู้สร้างนวัตกรรมอาหาร ส่วน Future Food Talent คือกำลังคนที่อุตสาหกรรมอาหาร แห่งอนาคตต้องการ” ซึ่งทั้งสองกลุ่มจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ยุค Next Generation Food Industry พร้อมสะท้อนความเชื่อมั่นขององค์กรที่ว่า “อาหารไม่ได้สร้างแค่ความอร่อย แต่สร้างโอกาส แรงบันดาลใจ และสามารถสร้างอนาคตที่ดีผ่านพลังของอาหาร”




