“BEARHOUSE” ผู้บุกเบิกชานมโมจิแบรนด์แรกในประเทศไทย เปิดตัวเมนูใหม่ “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ตอกย้ำความเป็นตัวจริงของตลาดชานมด้วยการพัฒนานวัตกรรมแป้งโมจิสูตรเฉพาะจากกลยุทธ์ “ข้าวไทย” ที่มีความพิถีพิถันจนได้รสชาติและสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ตอบรับเทรนด์ “Reward drink” ที่ชานมไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือความสุขเล็กๆ ที่มีได้ทุกวัน ประกาศตั้งเป้า 1,000,000 แก้วภายในสิ้นปี พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ และปิดปี 2026 ด้วยรายได้ 800 ล้านบาท
คุณปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด กล่าวว่า “BEARHOUSE” เป็นแบรนด์ชานมโมจิที่เชื่อว่า ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกวัน (Happiness Everyday) ผ่านเครื่องดื่มคุณภาพ ประสบการณ์ที่อบอุ่น และช่วงเวลาพักเล็กๆ ที่สร้างโมเมนต์ที่ดีให้กับชีวิตประจำวัน BEARHOUSE เป็นแบรนด์ที่กล้าคิด กล้าทดลอง และกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง ด้วยความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะ ไข่มุกโมจิ ที่ BEARHOUSE เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ซึ่งผลิตจากแป้งข้าวไทย จนเป็นซิกเนเจอร์ของ แบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า
ในการก้าวสู่ปีที่ 7 ของ BEARHOUSE จึงต่อยอดสู่ “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งพัฒนาให้เป็นอีกระดับของประสบการณ์ความนุ่มหนึบที่ตอบโจทย์ทั้ง ‘ดื่มและเคี้ยว’ โดยพัฒนาสูตรจากความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่ได้มองชานมเป็นเครื่องดื่มดับกระหายอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และเป็น ‘Reward drink’ หรือรางวัลเล็ก ๆ ที่ผู้บริโภคเลือกมอบให้เป็นความสุขของตัวเองในแต่ละวัน ดังนั้น ซิลเวอร์มูนโมจิจะพร้อมเสิร์ฟเฉพาะเวลาหลังบ่าย 2 โมง เป็นต้นไป เพื่อเป็นเครื่องดื่มที่เป็นรางวัลเล็กๆ ให้กับลูกค้าทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่มองหาช่วงเวลาพักจากความเหนื่อยล้า

ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่นำด้วยนวัตกรรม ผ่านกลยุทธ์ “ข้าวไทย”
กลยุทธ์ “ข้าวไทย” คือการสร้างความแตกต่างในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ BEARHOUSE ซึ่งมีจุดแข็งในเรื่องไข่มุกโมจิที่ทำจากแป้งข้าวไทยคุณภาพสูงเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรของประเทศมาตั้งแต่ต้น และผ่านกระบวนการการผลิตที่พิถีพิถันอย่างสูง
ซิลเวอร์มูนโมจิยังคงใช้กลยุทธ์ “ข้าวไทย” เช่นกัน โดยใช้ข้าวไทยที่ปลูกในภาคเหนือ และต้องเป็นข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงู ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่โดดเด่นเรื่องเมล็ดเรียวเล็กและแหลมยาวคล้ายเขี้ยวงู เมื่อนึ่งสุกแล้วจะเหนียวนุ่ม ผิวมันวาว และจับตัวเป็นก้อนสวยงามโดยไม่เละ เป็นสายพันธุ์ที่นิยมนำมาทำขนมหวานและขนมไทยมากที่สุด เช่น ข้าวเหนียวมูนทั้งยังเป็นพันธุ์ข้าวเหนียวที่ดีที่สุดจากภาคเหนือ และยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยอีกทางหนึ่ง
BEARHOUSE ได้ทำการพัฒนาต่อยอดจากมูนโมจิเดิมของร้านเรา ให้มูนโมจิเวอร์ชันใหม่มีความนุ่มหนึบ ที่สามารถดูดทานได้ง่ายขึ้น จึงทำให้ซิลเวอร์มูนโมจิมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสอดแทรกเม็ดข้าวเล็กๆ ในทุกคำ ทานคู่กับชานมเย็นๆ หอมละมุนลงตัว เพื่อสร้าง Today’s Moment ธรรมดาให้พิเศษขึ้น
“ซิลเวอร์มูนโมจิจะเป็น 1 ในกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้ BEARHOUSE ผ่านการต่อยอดจุดแข็งของแบรนด์ในฐานะผู้บุกเบิกชานมโมจิในประเทศไทย ให้กลายเป็น Product Platform ที่สร้างความแตกต่างได้อย่างต่อเนื่อง”
BEARHOUSE กับการตั้งเป้า 800 ล้านบาท ในตลาดชานมที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง
“ตลาดชาโดยรวมในไทยมีมูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดชานมไข่มุกอย่างเดียวอยู่ที่ราว 6,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจจะท้าทาย แต่ผู้บริโภคยังมองเครื่องดื่มชาเป็น ‘ความสุขเล็กๆ’ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทาง ‘Today’s Moment’ ที่ BEARHOUSE วางไว้สำหรับซิลเวอร์มูนโมจิ
BEARHOUSE ตั้งเป้าหมายสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเครื่องดื่มชานมระดับพรีเมียม ผ่านการขยายฐานลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการบริโภคในแต่ละวัน โดยมีซิลเวอร์มูนโมจิเป็น 1 ใน Flagship menu สำคัญของปี 2569 ที่จะช่วยผลักดันทั้งยอดขาย การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ และตอกย้ำความแตกต่างของแบรนด์ในฐานะผู้บุกเบิกชานมไข่มุกโมจิในประเทศไทย ควบคู่กับแผนขยายสาขาให้ครบ 90 แห่งทั่วประเทศ พร้อมแผนขยายสาขาประเภทแฟรนไชส์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศภายในสิ้นปี 2026 BEARHOUSE ตั้งเป้ายอดขายสำหรับเมนูซิลเวอร์มูนโมจิไว้ที่ 1,000,000 แก้วต่อปี และตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 15-20% ของเป้าหมายรายได้ในปีนี้ ซึ่งตั้งไว้ที่ 800 ล้านบาท” คุณปัทมพรกล่าว

