เรนวูด ปาร์ค พัฒนาระบบน้ำและพลังงานอัจฉริยะ เดินหน้าสู่ต้นแบบชุมชนคุณภาพระดับโลก

เรนวูด ปาร์ค (Reignwood Park) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและพลังงานอัจฉริยะ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของโครงการ เพื่อสร้างรากฐานสู่ Self-Sustaining Community หรือชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ รองรับการใช้ชีวิตของทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด The World-Class Community for Multi-Generational Living

นางสาววรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป กล่าวว่า การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องให้ความสำคัญอย่างมากต่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เรนวูด ปาร์ค ตระหนักดีว่า ระบบน้ำและระบบพลังงาน” ถือเป้นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของโครงการคุณภาพ การลงทุนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นในการพัฒนาโครงการจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อยู่อาศัย พร้อมสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของชุมชนและสิ่งแวดล้อม เราตั้งใจให้ เรนวูด ปาร์ค เป็นต้นแบบของ World-Class Community ที่เติบโตอย่างสมดุลร่วมกับธรรมชาติ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตในไทย โดยอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับเมกกะโปรเจคที่ได้รับการยกย่องในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ Wentworth Golf Club ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 100 ปีในเมือง Surrey ประเทศอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมจากนักกอล์ฟแถวหน้าทั่วโลกการเข้าซื้อและเป็นผู้บูรณะฟื้นฟูให้กับสถาปัตยกรรมระดับโลกตึก Ten Trinity Square ในประเทศอังกฤษที่ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งและเปิดให้บริการโรงแรม Four Seasons Ten Trinity Square ในปัจจุบัน และการพัฒนา Lifestyle Property ที่ผสานสนามกอล์ฟและโรงแรมไว้ด้วยกันอย่าง Reignwood Pine Valley ในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

ปัจจุบัน เรนวูด ปาร์ค ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักใน ด้าน ได้แก่ ระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร และ ระบบพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนในระยะยาว และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของโครงการ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ บ่อรูปหัวใจ อ่างเก็บน้ำหลักความจุ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการน้ำของทั้งโครงการ พร้อมระบบ Zero Discharge ที่สามารถบำบัดและนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% รวมถึงระบบผลิตน้ำสะอาดจากน้ำบาดาลลึก 300 เมตร ผ่านเทคโนโลยี Reverse Osmosis (RO) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว และด้านพลังงาน โครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์รวม 14 จุด มีกำลังการผลิตรวม 2 เมกะวัตต์ ช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าส่วนกลางได้ประมาณ 3,000,000 บาทต่อปี

นอกจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เรนวูด ปาร์ค ยังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและต้นไม้นานาพันธุ์กว่า 10,000 ต้น ช่วยผลิตออกซิเจน เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังนำเศษใบไม้กลับมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก และการบริหารจัดการทรัพยากรตามหลัก Circular Economy เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองและการดูแลสิ่งแวดล้อม

ในอนาคต เรนวูด ปาร์ค มีแผนต่อยอดสู่ Fully Smart & Sustainable Community ผ่านการขยายระบบโซลาร์เซลล์ การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System) พร้อมศึกษาการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารจัดการระบบน้ำและพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน และสนับสนุนการพัฒนาเรนวูด ปาร์ค สู่การเป็นชุมชนอัจฉริยะที่ยั่งยืน (Smart & Sustainable Community) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน คือการวางรากฐานให้เมืองเติบโตอย่างแข็งแรง เราไม่ได้สร้างเพียงโครงการที่อยู่อาศัย แต่กำลังสร้างชุมชนแห่งอนาคตที่ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นต่อไป” นางสาววรพนิต กล่าวสรุป

Share this post