บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครื

เศรษฐกิจเติบโต แต่สุขภาพถดถอย: วิกฤต NCDs ในอินโดนีเซียที่ “ความมั่งคั่ง” ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ประเทศอินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจและ GDP ที่สูงที่สุดในอาเซียน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ด้วยจุดแข็งจากตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ การขยายตัวของชนชั้นกลาง ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ และบทบาทที่เพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้อินโดนีเซียถูกจับตามองในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Economic Powerhouse) ของเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความมั่งคั่งและการเติบโตดังกล่าว อินโดนีเซียกลับกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพครั้งสำคัญ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ซึ่งกลายเป็นภาระสำคัญต่อทั้งระบบสาธารณสุขและการพัฒนาประเทศ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ปี 2025 ระบุว่า ประชากรอินโดนีเซียกว่า 1,378,000 รายต่อปี เสียชีวิตจากโรค NCDs คิดเป็น 52% ของการเสียชีวิตทั้งหมดของประเทศ สะท้อนขนาดของวิกฤตสุขภาพที่กำลังทวีความรุนแรง โดยสาเหตุการเสียชีวิตหลักมาจากโรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคตับแข็ง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และ โรคเบาหวานตามลำดับ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรอินโดนีเซียกำลังเผชิญวิกฤตโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล โดย ณ ปัจจุบัน ประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของประเทศอยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ซึ่งไม่ได้ส่งผลเพียงต่อรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังกระทบโดยตรงต่อระบบการทำงานของร่างกาย โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน ทั้งการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล การขาดกิจกรรมทางกาย ความเครียดสะสม และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งล้วนสะท้อนว่า วิกฤต NCDs ไม่ใช่เพียงโจทย์ด้านการรักษา แต่คือโจทย์ของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และตอกย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน
ด้วยวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด “Golden Indonesia 2045” ของประเทศอินโดนีเซียที่ให้ความสำคัญกับ “การดูแลสุขภาพ” ไม่เพียงในมิติของการรักษาโรค แต่รวมถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของประชากร นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เล็งเห็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ร่วมกับ BDMS Wellness Clinic เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ภายใต้หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิตและศาสตร์แห่ง Scientific Wellness เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตสุขภาพของภูมิภาค
จาก Wellness Ecosystem สู่ The Land of Life: โอกาสใหม่ของประเทศไทยในการเป็นพลังขับเคลื่อน Well-being ของคนทั่วโลก
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในแหล่งอุดมสมบูรณ์และมีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยต้นทุนทางธรรมชาติ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่หล่อหลอมรากฐานของการมีสุขภาพดี ซึ่งนับเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ โดยอ้างอิงจากรายงานของ Global Wellness Institute ล่าสุด พบว่าเศรษฐกิจสุขภาพของไทยมีมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดอันดับ 24 ของโลก และอยู่ในอันดับ 9 ของเอเชียแปซิฟิก สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและเวลเนสระดับโลก

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยไม่

“แต่การจะก้าวสู่การเป็น The Land of Life นั้น ไม่ใช่เพียงทำให้นักท่องเที่

ทั้งนี้ BDMS Wellness Clinic จะยังคงมุ่งมั่นต่อยอดองค์

