สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านกาแฟ คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่มร้านกาแฟสมัยใหม่ สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาเครื่องดื่ม ขนมและสินค้าเพื่อมอบประสบการณ์สตาร์บัคส์แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์ยังเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืนอย่างหลากหลาย รวมถึงการเปิดร้าน Greener Store เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสังคมในระยะยาว
คุณนิภารัตน์ เยาว์วิวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมการขายและการตลาด สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจและทุกการสนับสนุน รางวัลอันทรงคุณค่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการให้ความสำคัญกับความเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ เราจึงไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถเข้าถึงเครื่องดื่มแก้วโปรดและช่วงเวลาดี ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา
ขณะเดียวกัน เรายังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เช่นการขยายร้าน Greener Store ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรเชิงบวกด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อชุมชน เพื่อให้การเติบโตของสตาร์บัคส์เป็นการเติบโตที่สร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมในระยะยาว”
ในปี 2568 สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้านำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่พิเศษให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดกลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้าทุกเจเนอเรชัน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นฐานลูกค้าสำคัญ อาทิ Starbucks eGift ที่ช่วยส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ในโอกาส ต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการห้องประชุมในร้านสตาร์บัคส์ 173 สาขา และยกระดับประสบการณ์ภายในร้านด้วยบริการ Bake in Store การอบขนมสดใหม่ใน 62 สาขา
สำหรับกิจกรรมเพื่อความความยั่งยืนและสังคม สตาร์บัคส์ได้เปิดร้าน Greener Store ครบ 35 สาขาในประเทศไทย รวมถึงการร่วมมือกับมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ผ่านโครงการ Starbucks FoodShare ส่งต่ออาหาร 338,045 มื้อ และกิจกรรม Rescue Kitchen ที่พาร์ทเนอร์กว่า 230 คนร่วมปรุงอาหารรวม 31,071 มื้อ พร้อมมอบรถขนส่งอาหารแช่เย็น 1 คัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายอาหารสู่ชุมชนทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการลดขยะอาหารและสร้างความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

