เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยนายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ให้การต้อนรับนางสาวสุทจิ์ธิฎา สุทธิพงศ์คณาสัย รองเลขานุการศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาลฎีกา พร้อมด้วยคณะผู้ศึกษาดูงาน จำนวน 33 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน พร้อมรับฟังการบรรยายในหลักสูตร เจ้าพนักงานคดี (ระดับปฏิบัติการ) ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร
นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. มีบทบาทและภารกิจในการกำกับและพัฒนาธุรกิจประกันภัยของประเทศให้มีความมั่นคง โปร่งใส และเป็นธรรม ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย เพื่อสร้าง ความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยของประเทศ โดยสำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากลไกและช่องทางการให้บริการอย่างครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเป็นธรรมแก่ประชาชน อาทิ การให้บริการสายด่วน คปภ. 1186 ซึ่งทำหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของธุรกิจประกันภัย ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำประกันภัย รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นเรื่องร้องเรียนและการตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยแก่ประชาชน ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสำคัญ สายด่วน คปภ. 1186 จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้านประกันภัยอย่างทั่วถึง
นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการรับและพิจารณาข้อร้องเรียน สำนักงาน คปภ. ได้จัดตั้ง ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านการประกันภัย (Insurance Complaint Center : ICC) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการดูแลและคุ้มครอง ผู้เอาประกันภัย โดยประชาชนสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้หลากหลายช่องทาง ทั้งผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. การยื่นเรื่องด้วยตนเอง ณ สำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง และสำนักงาน คปภ. จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ หากไม่สามารถตกลงกันได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะเสนอให้คู่กรณีเข้าสู่ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย (Insurance Mediation Center : IMC) ซึ่งเป็นกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นบุคคลภายนอก มีความเป็นกลางและมีความเชี่ยวชาญ โดยประชาชนสามารถใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากข้อพิพาทยังไม่สามารถยุติได้ สำนักงาน คปภ. ยังมีช่องทางการระงับข้อพิพาทด้วยวิธี อนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกเกี่ยวกับสัญญาประกันภัยโดยไม่ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยยื่นคำเสนอข้อพิพาทมายังสำนักงาน คปภ. ได้หลายช่องทาง ได้แก่ ผ่านระบบ E-Arbitration บนเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. การยื่นคำเสนอข้อพิพาท ณ สถานที่ทำการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. หรือสำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัด/เขต รวมทั้งการยื่นคำเสนอข้อพิพาทผ่านทางไปรษณีย์
จากนั้น คณะผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับฟังการบรรยายในหัวข้อ “กระบวนการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย” โดยผู้แทนจากสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ. ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกลไกการคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้เอาประกันภัยและกระบวนการระงับข้อพิพาทในระบบประกันภัย ได้แก่ งานสายด่วน คปภ. 1186 วิทยากรโดย นายชัยวุฒิ โฆษิตจินดา หัวหน้ากลุ่ม กลุ่มบริการและสื่อสารข้อมูลประกันภัย กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยเจ้าหน้าที่ วิทยากรโดย นายณัฐวิทย์ ศรีเจริญ หัวหน้ากลุ่ม กลุ่มคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และ นายสุรเดช ฉัตรเชิดเจริญกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ กลุ่มคุ้มครองสิทธิประโยชน์ กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ไกล่เกลี่ย วิทยากรโดย นางสาวจิดาภา สกุลวา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการหัวหน้ากลุ่ม กลุ่มไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ วิทยากรโดย นางสาวณธษา ผ่อนผัน หัวหน้ากลุ่ม กลุ่มอนุญาโตตุลาการ
การศึกษาดูงานครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างรอบด้านเกี่ยวกับกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย ตลอดจนกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสำนักงาน คปภ. พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านกระบวนการยุติธรรมและการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านประกันภัย นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ในกระบวนการยุติธรรมกับหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการคุ้มครองสิทธิของประชาชนให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ข้อพิพาทด้านประกันภัยสามารถได้รับการแก้ไขผ่านกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้อย่างเหมาะสมก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดข้อร้องเรียนด้านการประกันภัยในอนาคต และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัยของประเทศในระยะยาว

