ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ร่วมกับ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (ESCAP), ศูนย์ความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัล (CCDKM) ประจำมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จัดกิจกรรมอบรม “AI for Social Impact” เพื่อเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและความรู้ด้าน Generative AI ให้บุคคลากรและผู้นำภาคประชาสังคม สามารถนำเทคโนโลยีไปสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในยุค AI-Driven สานต่อวิสัยทัศน์ของโครงการ Microsoft Elevate มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึง AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างทางทักษะดิจิทัลในสังคมไทย

นางสุภารัตน์ จูระมงคล ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ไมโครซอฟท์ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นกำลังสำคัญในการสอนทักษะด้าน AI อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบให้บุคลากรและผู้นำภาคประชาสังคม ช่วยให้พวกเขาสร้างขีดความสามารถและศักยภาพใหม่ ๆ ในการบริการชุมชนของตน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับคุณภาพการสื่อสาร การผลิตเนื้อหา รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล เราเชื่อมั่นว่าผู้ที่ผ่านการอบรมครั้งนี้จะสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการดำเนินงานด้านต่างๆ และมีเวลามากขึ้นในการให้บริการแก่ชุมชนโดยสามารถมุ่งเน้นการส่งมอบผลกระทบเชิงบวกและตอบสนองต่อพันธกิจขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ”

การอบรม AI for Social Impact จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้ความร่วมมือจากหลากหลายองค์กรพันธมิตร ได้แก่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ที่ผลิตหลักสูตร AI for Social Impact ได้นำเครื่องมือ AI อาทิ Microsoft Copilot มาช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานภาคสังคม, ESCAP ซึ่งได้ให้การสนับสนุนมุมมองระดับภูมิภาคและยกระดับมาตรฐานการพัฒนาศักยภาพดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิก, CCDKM ที่ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมองค์ความรู้สู่ภาคสังคม, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ในฐานะฐานวิชาการและศูนย์กลางการเรียนรู้ และ depa ที่ได้สนับสนุนการยกระดับทักษะดิจิทัลของประเทศ ควบคู่การผลักดันนโยบายดิจิทัลเพื่อสาธารณะ โดยการอบรมมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งรากฐานของ Generative AI และการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เทคนิคการเขียนพรอมต์อย่างเป็นระบบ และทำความเข้าใจการใช้งาน Microsoft Copilot เพื่อยกระดับงานด้านข้อมูล การผลิตคอนเทนต์ และการนำเสนอ นอกจากนี้ ยังมีการเวิร์กช็อปด้านการผลิตสื่อภาคสังคม ครอบคลุมทั้งการเขียนโพสต์สำหรับโซเชียลมีเดีย การทำสคริปต์วิดีโอ การออกแบบแคมเปญ ไปจนถึงการใช้ AI ช่วยจัดระเบียบและวิเคราะห์ข้อมูลภาคสนาม ผู้สนใจยังสามารถศึกษาด้วยตนเองได้ที่ Courses | smartmooc พร้อมรับใบประกาศเมื่อสำเร็จการฝึกอบรม

Ruhimat Soerakoesoemah, Head of Office Subregional Office for South-East Asia, United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (ESCAP) กล่าวว่า “ESCAP มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม รวมถึงยกระดับมาตรฐานความสามารถทางดิจิทัลทั่วทั้งภูมิภาค เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโครงการ ‘AI for Social Impact’ ซึ่งเป็นเสมือนหัวใจที่ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และโลกผ่านการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในภาคประชาสังคมด้วยทักษะ AI ที่ใช้งานได้จริง ที่สำคัญ เรากำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ นวัตกรรม และการลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงทุกชุมชนด้วยความรับผิดชอบ และสามารถส่งเสริมการเติบโตในระยะยาวทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในภูมิภาคอื่นๆ”
ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ AI เพื่อพัฒนาศักยภาพของคน องค์กร ชุมชนประเทศไทย และภาคประชาสังคม เพื่อให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับอานารยประเทศ ขณะที่ ดร. ศิธร กุลรดาธร รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ตอกย้ำความจำเป็นของภารกิจการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมผ่านการพัฒนากำลังคนให้มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจอื่นๆ
ผู้ที่สนใจพัฒนาทักษะด้าน AI สามารถเข้าถึงหลักสูตรภาษาไทยกว่า 200 หลักสูตรผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หลักของ Microsoft AI Skills Navigator และสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของโครงการ AI for Social Impact ได้ที่ AI for Social Impact Facebook

