หลังวิกฤตโควิด-19 โลกธุรกิจสุขภาพและการดูแลตัวเองได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน มากขึ้น ขณะเดียวกันรูปแบบการทำธุรกิจเครือข่ายก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
หนึ่งในบริษัทที่กำลังเดินหน้าปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือ “อินฟินิตัส” ซึ่งถือเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์สมุนไพรจีนที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยล่าสุดบริษัทได้ประกาศทิศทางการขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างชัดเจน ทั้งการขยายฐานลูกค้าสู่ต่างจังหวัด การยกระดับระบบฝึกอบรม และการวางบทบาทประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางดูแลตลาดภูมิภาค คุณเคที่ โจว ผู้จัดการ บริษัท อินฟินิตัส เฮลท์ โปรดักส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงทิศทางการเติบโตของ “อินฟินิตัส” ในประเทศไทย รวมถึงแผนการขยายศูนย์บริการและโฟกัสการพัฒนาศักยภาพนักธุรกิจมากขึ้น ในยุคหลังโควิด
ขยายศูนย์บริการ 3 ระดับ ปูพรมตลาดสู่ต่างจังหวัด
คุณเคที่ โจว เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ “อินฟินิตัส” ในประเทศไทยคือการขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายออกจากกรุงเทพมหานครไปยังภูมิภาคต่าง ๆ
“ที่ผ่านมา ศูนย์บริการส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันเรามองเห็นศักยภาพของตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีฐานลูกค้าเดิมของบริษัทอยู่แล้ว ดังนั้นปีนี้เราจึงตั้งเป้าขยายศูนย์บริการไปยังจังหวัดสำคัญ เช่น ภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย และหลายจังหวัดในภาคอีสาน”
เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัทได้พัฒนาโมเดลศูนย์บริการออกเป็น 3 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับความพร้อมของนักธุรกิจแต่ละกลุ่ม ได้แก่
1.Flagship Center ร้านค้าทางการ ถือเป็นศูนย์บริการระดับสูงสุดของบริษัท มีมาตรฐานการดำเนินงานที่เข้มงวด โดยผู้ที่จะเปิดศูนย์ระดับนี้ต้องมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ของบริษัท 10 ข้อ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 6 แห่ง และมีแผนจะขยายเพิ่มอีก 3 แห่งภายในปีนี้ รวมเป็น 9 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์ระดับนี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การบริการ และการสร้างประสบการณ์ด้านสุขภาพให้กับลูกค้า รวมถึงเป็นต้นแบบมาตรฐานของแบรนด์
2.Independent Workshop เป็นศูนย์บริการระดับกลางที่เน้นความคล่องตัว สามารถตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮาส์ หรือแม้แต่บ้านส่วนตัว แต่ต้องมีป้ายชื่อและจุดแสดงเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน ภายในศูนย์จะต้องมีพื้นที่โชว์สินค้า ห้องสปาหน้า และมุมดื่มชา เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงใช้เป็นพื้นที่พูดคุยธุรกิจและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าIndependent Workshop เปรียบเสมือนคอมมูนิตี้ขนาดเล็ก ที่ทำให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสสินค้าและเรียนรู้เรื่องสุขภาพ และความงาม ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
3.Mini Center เป็นศูนย์บริการระดับเริ่มต้นที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ที่สนใจทำธุรกิจแต่ยังไม่พร้อมลงทุนสูง ศูนย์ระดับนี้สามารถเปิดร่วมกับธุรกิจเดิมได้ เช่น ร้านเสริมสวย ร้านสปาหรือร้านค้าทั่วไป แม้จะไม่มีพื้นที่บริการครบเหมือนศูนย์ใหญ่ แต่เน้นให้ลูกค้าได้ทดลองสินค้าและสัมผัสประสบการณ์กับผลิตภัณฑ์
“Mini Center เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้คนเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น และสามารถพัฒนาเติบโตไปสู่ศูนย์ระดับที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต”
สมุนไพรจีนยุคใหม่ ผสานเทคโนโลยีและงานวิจัย
ในด้านผลิตภัณฑ์ คุณเคที่ กล่าวต่อว่า จุดแข็งสำคัญของ “อินฟินิตัส” คือการนำภูมิปัญญาสมุนไพรจีนดั้งเดิมมาผสมผสานกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน
“สมุนไพรจีนในอดีตอาจถูกมองว่าจัดหายากหรือรับประทานยาก แต่วันนี้เรานำเทคโนโลยีการสกัดสมัยใหม่มาช่วยให้สารสำคัญมีประสิทธิภาพมากขึ้น และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้รับประทานง่าย เห็นผลจริง และต้องพกพาสะดวก”
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือระบบ บริษัทมีการควบคุมคุณภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยบริษัทมีแหล่งปลูกสมุนไพรของตนเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบได้อย่างเข้มงวด หากวัตถุดิบจากแหล่งปลูกใดไม่ผ่านมาตรฐาน บริษัทจะไม่รับมาใช้ในกระบวนการผลิตทันที เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ส่งถึงมือผู้บริโภคมีคุณภาพสูงสุด
นอกจากนี้ “อินฟินิตัส” ยังมีโรงงานผลิตของตนเอง ทำให้สามารถควบคุมมาตรฐานการผลิตได้อย่างเต็มที่ และยังมีการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานภายนอก เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และบริษัทยังให้ความสำคัญกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้วย โดยผลิตภัณฑ์หลายรายการมีข้อมูลการวิจัยที่สามารถระบุผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทหลายรายการยังได้รับรางวัลระดับสากลจากสถาบันต่าง ๆ เช่น Monde Selection ซึ่งถือเป็นการยืนยันคุณภาพของสินค้าในระดับนานาชาติอีกด้วย
ยกระดับศักยภาพนักธุรกิจ ผ่านระบบ Training
นอกจากการขยายศูนย์บริการและพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว “อินฟินิตัส” ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจในเครือข่ายผ่านระบบการอบรมที่เรียกว่า Elite Experience คุณเคที่ อธิบายว่า ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกมีความรู้และทักษะที่เพียงพอในการดำเนินธุรกิจได้ด้วยตนเอง ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจีนมีความเฉพาะทาง หากนักธุรกิจไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็อาจอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้ยาก ดังนั้นระบบเทรนนิ่งของเราจึงเน้นทั้งความรู้ด้านสุขภาพ ความงาม สมุนไพรจีน และทักษะการทำธุรกิจ
บริษัทยังมีการพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการขาย เช่น อุปกรณ์วัดสุขภาพแบบสวมนิ้ว ที่สามารถแสดงผลเป็นตัวเลข เพื่อช่วยให้นักธุรกิจอธิบายข้อมูลด้านสุขภาพกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการ Re-skill และ Up-skill นักธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด เป้าหมายของบริษัทคือการทำให้นักธุรกิจทุกคนสามารถทำงานได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพ เมื่อทุกคนสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง เครือข่ายก็จะเติบโตได้เร็วและแข็งแรงมากขึ้น
ปักหมุดไทยสู่ Hub ธุรกิจภูมิภาค
อีกหนึ่งแผนสำคัญของ “อินฟินิตัส” คือการยกระดับประเทศไทยให้เป็น ศูนย์กลาง (Hub) ในการดูแลตลาดประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค คุณเคที่ กล่าวว่า เดิมทีการดูแลประเทศเพื่อนบ้านเป็นเพียงการช่วยเหลือกันในระดับไม่เป็นทางการ แต่ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ได้ประกาศนโยบายใหม่ให้สำนักงานในแต่ละประเทศรับบทบาทดูแลพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นระบบ
สำหรับประเทศไทย ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ในกลุ่มประเทศ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อม ทั้งในด้านการประสานงานกับพันธมิตรธุรกิจ รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในประเทศ การยกระดับไทยเป็น ศูนย์กลาง Hub จะช่วยให้บริษัทสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการจัดการสินค้า การฝึกอบรม และการสนับสนุนนักธุรกิจในภูมิภาค
เตรียมจัดอีเวนต์ใหญ่รับนักธุรกิจจีน
ทั้งนี้ “อินฟินิตัส” ยังเตรียมจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อรองรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมของบริษัท กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์ของบริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“เรามองว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน จึงเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงธุรกิจในภูมิภาค”
เดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
จากกลยุทธ์การขยายศูนย์บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการยกระดับศักยภาพนักธุรกิจ ทำให้ “อินฟินิตัส” กำลังวางรากฐานการเติบโตในประเทศไทยอย่างเป็นระบบคุณเคที่ กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ได้อยู่เพียงการขยายธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างโอกาสให้ผู้คนมีรายได้และมีสุขภาพที่ดีขึ้น
“เราต้องการให้ “อินฟินิตัส” เป็นมากกว่าบริษัทขายสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพและโอกาสทางธุรกิจ”
อย่างไรก็ตามด้วยทิศทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการวางบทบาทประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทำให้ “อินฟินิตัส” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในตลาดธุรกิจสุขภาพและสมุนไพรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคตอันใกล้

